เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีต สส.ประจวบคีรีขันธ์ 4 สมัย ผู้สมัคร สส.เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ( ปชป.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อดีตเลขาธิการพรรค ปชป. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อจากแกนนำ คสช. รวมทั้งแกนนำผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่น เพื่อเจรจาในการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้า หลังจากแจ้งว่าทุกฝ่ายควรรอหลังการเลือกตั้ง และขอให้เคารพการตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ส่วนในอนาคตพรรค ปชป.จะร่วมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ หรือรวมกับขั้วการเมืองอื่น วันนี้ยังไม่มีคำตอบ ไม่มีใครตอบได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าการตั้งรัฐบาลมีขั้นตอนอย่างไร ดังนั้นหลังการเลือกตั้งจึงจะทราบ หาก ปชป.ได้ สส.มากที่สุดก็จะเป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาล
“ส่วนตัวขอฟันธงไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างแน่นอน ส่วนข้อเรียกร้องจากหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกรณี สว. 250 เสียง ส่วนในการโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น ต้องดูว่ากฎหมายได้เปิดช่องไว้ และ ต้องให้ สว.ใช้ดุลพินิจตัดสินใจ ส่วนความเป็นอิสระของ สว. จะมีจริงหรือไม่ต้องรอให้ถึงกระบวนการที่กำหนดจึงพิสูจน์ได้ วันนี้ทุกฝ่ายก็ทำได้เพียงการวิเคราะห์ ดาดเดารวมกับการใช้ความรู้สึกเพื่อประเมิน แต่ของจริงต้องดูตัวเลขหลังเลือกตั้งเท่านั้น สำหรับ ปชป.ยังยืนยันว่าหลังการเลือกตั้งจะมี สส.เกิน 100 ที่นั่ง ”นายเฉลิมชัย กล่าวและว่า สำหรับตนดูแล สส.เขตในพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัดยืนยันว่าจะได้จำนวน ส.ส.ตามเป้าหมายที่วางไว้
นางสาวณากัญ กัณห์อุไร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (กกต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ได้จัดส่งหนังสือแจ้งรายชื่อ ลำดับที่ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และหน่วยเลือกตั้งในการใช้สิทธิไปยังทุกครัวเรือนทั้ง 3 เขตเลือกตั้งแล้ว หรือสามารถตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งผ่านแอปพลิเคชั่น Smart Vote หากพบว่ารายชื่อตกหล่น หรือ มีรายชื่อแปลกปลอมปรากฏในทะเบียนบ้าน สามารถยื่นคำร้องขอเพิ่ม หรือถอนชื่อต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่นได้ ภายในวันที่ 13 มีนาคมนี้
มีรายงานว่า กกต.เขต 1 อยู่ระหว่างการพิจารณาการโพสต์เฟซบุ๊กของเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งมีข้อความโจมตีการติดป้ายหาเสียงของพรรคเสรีรวมไทยที่ ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง ขณะเดียวกันผู้สมัครของพรรคในฐานะผู้เสียหายอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทและ พรบ.คอมพิวเตอร์ และเบื้องต้นได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่หน่วยงานดังกล่าวรับทราบพฤติกรรมแล้ว

