หน้าแรก การเมือง “สนธิรัตน์”ลั...

“สนธิรัตน์”ลั่น พปชร.ของจริง บัตรคนจนฝีมือพวกผม เลือกของปลอมเดี๋ยวก็โกงอีก(คลิป)

1.03.19 | 13:58 น.

“สนธิรัตน์” ปราศรัยอ้อนคนสุรินทร์ เลือกพรรคเก่าได้แบบเดิม ไม่มี ส.ส.ดีๆ ขอให้เปลี่ยนมาเลือก พปชร.

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 1 มีนาคม ที่ลานบริษัทไอคิว สี่แยกสลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง นายวิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำภาคอีสาน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นปราศรัย หาเสียงช่วยนายอนันต์ ปาลีคุปต์ ผู้สมัครเขต 1 จ.สุรินทร์

นายสนธิรัตน์ ปราศรัยว่า วันนี้เป็นวันสำคัญที่เราได้เจอกันเพราะในชีวิตของคนหนึ่งคน ที่ไม่เคยรู้จักกันแต่มาเจอกัน ตนถือเป็นบุญของชีวิต สำหรับ จ.สุรินทร์ มีพร้อมทุกอย่าง สุรินทร์มีข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุด แต่เดี๋ยวนี้โดนแย่ง สุรินทร์ คือ เมืองช้าง ไม่มีที่ไหนคล้องช้างเก่งเท่า สุรินทร์ ผ้าไหมสุรินทร์ เส้นสวย ทอมาไม่มีใครสู้ได้ การค้าชายแดนบริเวณด่านช่องจอมที่ติดกับชายแดนกัมพูชา เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆแต่ จังหวัดอื่นๆกลับรวยเอาๆ ในขณะที่ จ.สุรินทร์ ไม่รวยเหมือนอย่างเขา คงเป็นเพราะ จ.สุรินทร์ อาจยังไม่มี ส.ส.ที่ดีๆ มีแต่ ส.ส.ที่กระจัดกระจาย แต่ตนไม่ได้ว่า ส.ส.เก่า เพราะเขาก็ทำมาเต็มที่แล้ว สุรินทร์มี ส.ส.7 คน แต่ยังไม่สามารถทำให้สุรินทร์ดีขึ้นได้ ดังนั้นวันนี้หากคนสุรินทร์ เลือกพรรคเก่าก็จะได้ของเก่า จ.สุรินทร์ ก็จะเหมือนเก่า ดังนั้นขอให้ลองเปลี่ยนมาเลือกคนของพรรคพลังประชารัฐ อย่าง นายอนันต์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง

“เราไม่ได้มาปากหวาน แต่อยากให้ดูนโยบายของพรรค ว่า วันนี้มีพรรคการเมืองไหน ที่นโยบายเข้าไปสู่หัวใจประชาชนเหมือนกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นจากคนของพรรคพลังประชารัฐอย่างพวกผม วันนี้พี่น้องชอบของจริง หรืออยากได้ของปลอม เพราะของจริงได้เห็นกันแล้ว แต่ของปลอมต้องมาลองอีก เดี๋ยวก็พาไปโกงอีก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นหัวใจหลักของพรรค อย่าให้ใครเอาไป เพราะวันนี้พรรคจะทำให้ดีขึ้น เพราะยังมีพี่น้องประชาชนที่สมัครแล้ว หรือมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ แต่ยังไม่ได้อีกจำนวนมาก ดังนั้นหากพรรคพลังประชารัฐได้เข้าไปเป็นรัฐบาลจะดำเนินการตรวจสอบให้ เพราะ บัตรนี้ คือสิ่งที่พรรคจะทำให้ดีกว่าเดิม ทำให้ประชาชนมีความสุข เพราะพรรคไม่ได้มีแค่นโยบายกินได้ แต่มีออกมาเรื่อยๆ อย่างนโยบายข้าว ที่หากชาวนาอยากได้ค่าปลูกพวกผมจะไปหารือกันเพื่อพิจารณา” นายสนธิรัตน์กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า พลังประชารัฐมาแบบมีความหวัง หวังในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ถ้า จ.สุรินทร์รักพลังประชารัฐ ก็ต้องเลือก ส.ส.ของพรรค ทั้ง 7 เขต เพราะตั้งใจว่า ถ้าพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล ผมเป็นรัฐมนตรีจะมารับใช้คนสุรินทร์ อาสามาเป็นคนสุรินทร์ เพื่อพาพี่น้องสุรินทร์สู้จังหวัดใกล้เคียงให้ได้

Advertisement

นายสุริยะ กล่าวว่า ขอให้คนสุรินทร์เลือกพรรคพลังประชารัฐทั้ง 7 เขต ในการเข้าไปสานต่อและผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อประชาชน เพราะหาก ได้ ส.ส.เข้าไปน้อย นโยบายที่พรรคนำเสนอจะได้รับการผลักดันได้ลำบาก เพราะที่ผ่านมา ส.ส.สุรินทร์ยังไม่มีความเป็นปึกแผ่นทั้งที่เป็นจังหวัดใหญ่ ดังนั้นหากได้รับเลือกทั้งจังหวัด จ.สุรินทร์จะได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งเกษตรและชาวนาและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนแน่นอน

นายอนุชา ปราศรัยว่า วันนี้เราต้องรักประเทศชาติ รักประชาชน ต้องไม่ยอมให้คนไทยออกมาเดินบนถนนเพื่อเข่นฆ่า หรือ ขัดแย้งกันกันอีก เพราะขัดแย้งมานานแล้วกว่า 10 ปี แต่ช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาประเทศสงบ แม้ปัญหาเศรษฐกิจยังไม่ดีเพราะเป็นผลมาจาความขัดแย้ง แต่รัฐบาลชุดนี้ก็พยายามแก้ปัญหาให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ตั้งใจให้พีน้องที่ตกทุกข์ได้ยากมีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต แม้ไม่ได้ทำให้ร่ำรวย แต่ก็ช่วยให้พี่น้องประชาชนมีเงินใช้จ่าย ขณะเดียวกันเมื่อประเทศชาติสงบ เราก็พบแสงสว่างเราจึงมารวมอยู่ตัวกันอยุ่ที่พรรคพลังประชารัฐ เพื่อต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง มีนโยบายที่ดีเพื่อตอยสนองคนไทย คนยากคนจน ชาวไร่ ชาวนา ที่ถูกทอดถิ้ง โดยเฉพาะชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติแต่ปัจจุบันชาวนามีแต่หนี้ ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐตั้งใจอย่างแน่วแน่ ในการจะสร้างประวัติศาสตร์ ทุ่มเททำเพื่อให้คนเหล่านี้ได้ลืมตาอ้าปากหายจากความยากจนให้สำเร็จให้ได้ พรรคพลังประชารัฐ พูดจริง ทำจริง และประชาชนได้ประโยชน์อย่างแน่นอน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมสามารถลง ส.ส.ได้อีกครั้งหลังถูกตัดสิทธิทางการเมือง ดังนั้นจึงขอประกาศว่า หากผมช่วยเกษตรกร คนยากคนจนให้พ้นจากความยากจน หากพรรคเป็นรัฐบาล ดูแลบริหารบ้านเมืองครบ 4 ปี แล้วความเป็นอยู่ของประชาชนยังไม่ดีขึ้น ก็จะขอเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต