เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 2 มีนาคม ที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะแคนนิเดตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงเวทีปราศัยใหญ่ที่เชียงใหม่ครั้งแรก โดยมีประชาชนและแฟนคลับมอบพวงมาลัย ดอกกุหลาบสีแดง พร้อมขอถ่ายรูป และเซลฟี่เป็นที่ระลึกจำนวนมาก จากนั้นได้ทักทายพูดคุยกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค บริเวณด้านหลังเวที เป็นเวลา 5 นาที ก่อนขึ้นเวทีปราศัย พร้อมแนะนำผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ทั้ง 9 เขต ลำพูน และลำปางตามลำดับ ท่ามกลางประชาชนและกองเชียร์ที่สนับสนุนผู้สมัครแต่ละเขตกว่า 10,000 คน
กระทั่งเวลา 19.00 น. คุณหญิงสุดารัตน์ได้ปราศัยถึงนโยบาย วิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทยโดยชูนโยบาย 3 เรื่องหลัก คือ พัฒนาการเกษตร เพิ่มมูลค่าผลผลิต เพิ่มรายได้เกษตรกร และพักชำระหนี้ 3 ปี พัฒนาท่องเที่ยวเชียงใหม่ให้มีรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 100,000 ล้านบาท พร้อมพัฒนาการศึกษา เพื่อส่งเสริมอาชีพแก่คนรุ่นใหม่
คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า เรามองศักยภาพเชียงใหม่ 2 เรื่อง เรื่องแรก การเกษตร อาทิ ข้าว ลำไย ลิ้นจี่ กระเทียม โดยเฉพาะข้าว มุ่งปรับเปลี่ยนการผลิตไปสู่อาหารเพื่อสุขภาพป้อนโลก ซึ่งเชียงใหม่ผลิตสินค้าออร์แกนิคที่มีชื่อเสียง เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวให้สูงขึ้น โดยช่วยเหลือการผลิต 5,000 บาท/ตัน สูงสุดไม่เกิน 15 ตัน หรือ 75,000 บาท ต่ำสุด 36,000 บาท/ครอบครัว ส่วนราคาข้าวขาว ตันละ 10,000 บาท ข้าวหอมมะลิ ตันละ 17,000 บาท ส่ว่นปัญหาคือมีการนำเข้ากระเทียมจากจีนจำนวนมาก ต้องเร่งแก้ปัญหา เพราะคุณภาพกระเทียมไทยดีกว่า มีความปลอดภัย และใช้สารเคมีน้อยลง
“เรื่องใหญ่เชียงใหม่คือท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยว 9 ล้านคน รายได้เพียง 80,000 ล้านบาท ซึ่งเชียงใหม่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ปีละ 12 ล้านคน ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 100,000 ล้านบาท เนื่องจากเชื่อมโยงมรดกโลก เส้นทาง 5 เชียง อาณาจักรล้านช้าง โดยให้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้าได้หลายทาง เพื่อเชื่อมโยงท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วมทุกหมู่บ้านและตำบลเป็นการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน วัฒนธรรม แอดเวนเจอร์ หรือผจญภัย และท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งเชียงใหม่มีผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อปมาก โดยก่อตั้งเป็นกองทุนพัฒนาท่องเที่ยวเชียงใหม่ เพื่อเติมศักยภาพท่องเที่ยวเชียงใหม่ มีเป้าหมายเพิ่มรายได้มากขึ้น”

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางคนรุ่นใหม่ เราทำเชียงใหม่เป็นศูนย์สร้างรายได้ให้คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าสายเธค หรือสตาร์อัพ สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยใส่ทุนให้คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัย พร้อมให้ความรู้และเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยทั่วโลก เพื่อเป็นการศึกษาวิจัย ค้นคว้า ดีไซน์ หรือออกแบบ และมีบริการวันสต็อปเซอร์วิส หรือบริการแบบเบ็ดเสร็จติดต่อราชการ คุนรุ่นใหม่ถ้าทำมากิน แค่ขอ อย.ก็เหนื่อยแล้ว และทำการตลาดให้ผ่านระบบออนไลน์ ดังนั้น มองเชียงใหม่ 3 อย่างคือ เป็นศูนย์กลางผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ศูนย์กลางท่องเที่ยว มีเป้าหมายเพิ่มนักท่องเที่ยวเป็นปีละ 12 ล้านคน เพิ่มรายได้มากกว่า 100,000 ล้านบาท และเป็นศูนย์กลางสร้างอาชีพและรายได้ให้คนรุ่นใหม่ที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมให้ประกอบธุรกิจ หรือทำมาหากินอยู่ 3 เรื่องดังกล่าว เชื่อว่าสร้างรายได้ยั่งยืนแก่เชียงใหม่ ในอนาคตลูกหลานก็ทำงานที่บ้านเกิด ไม่ต้องไปทำงานในกรุงเทพฯ
“สุดท้ายเชื่อว่าเชียงใหม่ พท.จะได้ ส.ส.ทั้ง 9 เขต รักษาฐานเสียงเดิมทั้งหมด เพราะนโยบาย วิสัยทัศน์ และผลงานที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนยอมรับและไว้วางใจพรรคมากขึ้น” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

