09.00 INDEX ความแจ่มชัด กับ คะแนนนิยม เพื่อไทย ประชารัฐ อนาคตใหม่

3.03.19 | 08:48 น.

ทำไม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เมื่อประสบกับคำถามที่ว่าแม้คะแนน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีมาก แต่ในตัวคะแนนพรรคยังมีไม่มากพอ
จึงร้องอุทานมาด้วยความมั่นใจว่า

“โอ๊ย อีกตั้ง 3 อาทิตย์ ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง กระแสพรรค กระแสนายกรัฐมนตรียังเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก”

เป็นความมั่นใจจาก 1 คำตอบของ “กกต.” เปิดไฟเขียวให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถร่วมเดินสายหาเสียงหรือแม้กระทั่งขึ้นเวที “ปราศรัย”

ขณะเดียวกัน เป็นความมั่นใจจาก 1 อีกร้อยละ 53.4 ยังไม่ตัดสินใจว่า จะเลือกพรรคการเมืองใด
ร้อยละ 53.4 ต่างคือเป้าหมายของ “พลังประชารัฐ”

ความเป็นจริงที่แม้กระทั่งภายใน พรรคพลังประชารัฐ เองก็ยอมรับโดยไม่มีข้อแม้ก็คือ คะแนนนิยมของ พรรคเพื่อไทย ยังมาเป็นอันดับ 1

Advertisement

เหนือกว่า พรรคพลังประชารัฐ เหนือกว่า พรรคประชาธิปัตย์

การแข่งขันในขณะนี้เป็นการแข่งขันระหว่าง พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรคประชาธิปัตย์ ว่า พรรคใดจะทะยานไปอยู่ในอันดับที่ 2 รองจาก พรรคเพื่อไทย

ขณะเดียวกัน หากยึดเอา “กรุงเทพโพล” เป็นบรรทัดฐานก็ต้องยอมรับว่า ขณะที่มีการตัดสินใจแล้วร้อยละ 12.8 จะเลือก พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 11.6 จะเลือก พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 7.6 จะเลือก พรรคประชาธิปัตย์

แต่ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ร้อยละ 5.7 จะเลือก พรรคอนาคตใหม่

การแปรผันจึงมิได้อยู่ที่ว่าร้อยละ 11.6 ของ พรรคพลังประชารัฐ จะกวดร้อยละ 12.8 ของ พรรคเพื่อไทย ได้หรือไม่ หากยังอยู่ที่ร้อยละ 5.7 จะทะยานร้อยละ 7.6 ของ พรรคประชาธิปัตย์ หรือไม่

พรรคอนาคตใหม่ จึงเป็นอีกพรรคที่ไม่ควรมองข้าม

หากกล่าวสำหรับพรรคการเมืองใหม่คะแนนและความนิยมที่ พรรคอนาคตใหม่ เหนือกว่า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย หรือ พรรคชาติพัฒนา ต่างหากที่ทรงความหมาย

นี่ย่อมเป็นสัญญาณเตือนไปยัง พรรคประชาธิปัตย์ อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ พรรคอนาคตใหม่

ความแจ่มชัดทางการเมืองต่างหากที่อยู่ในสายตาประชาชน