หน้าแรก การเมือง ป.ป.ช.ส่อไม่ถ...

ป.ป.ช.ส่อไม่ถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมพันธมิตร ลงมติจริง 26 พ.ค.นี้

17.05.16 | 15:23 น.
-

เลขาป.ป.ช. เผย คณะทำงานได้ข้อสรุปปมถอน-ไม่ถอนคดีสั่งสลายการชุมนุมพันธมิตรปี’51 แล้ว จ่อเสนอที่ประชุมกรรมการป.ป.ช.ลงมติ 26 พ.ค.นี้


เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาเรื่องดังกล่าว กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งคณะทำงานพิจารณากรณีการถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรปี 2551 ที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. หนึ่งในจำเลยคดีดังกล่าวร้องเข้ามา ว่า ที่ประชุมของคณะทำงานในวันนี้ (17 พฤษภาคม) ได้ข้อสรุปแล้วว่า จะเสนอแนวทางอย่างไร โดยให้เลขานุการของคณะทำงานฯ สรุปรายละเอียดและเรียบเรียงจัดทำเอกสาร เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะทำงานฯลงนามในมติดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 24 พ.ค.59 ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ อย่างเป็นทางการ

“ขณะนี้คณะทำงานได้แนวทางที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีความเห็นชอบอย่างไรนั้น คงจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง สำหรับแนวทางที่เสนอนั้น ไม่ได้มีเป็นข้อๆ แต่เป็นเพียงภาพรวมที่ได้พิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความคิดเห็นต่างๆ” นายสรรเสริญ กล่าว

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่สื่อมวลชนสงสัยว่าคณะทำงานฯจะมีข้อเสนอแนะต่อประเด็นนี้ที่เกี่ยวโยงกับประธาน ป.ป.ช. (พล.ต.อ.วัชรพล) เพื่อให้ข้อเสนอแนะแก่ประธานฯว่า ควรจะร่วมลงมติหรือไม่นั้น นายสรรเสริญ กล่าวว่า ตรงนี้ไม่ใช่หน้าที่ของคณะทำงานฯ เพราะมีหน้าที่เพียงพิจารณากรอบการทำงาน ตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น

Advertisement

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช.แจ้งว่า สำหรับแนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบที่สุด เนื่องจากอาจจะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมขององค์กร นอกจากดูในประเด็นพยานเอกสารหลักฐานใหม่ที่ผู้ร้องยื่นมาเป็นไปตามนั้นหรือไม่ มีความเหมาะสมหรือไม่ และกฎหมายทำได้หรือไม่ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว ยังต้องดูที่ระเบียบศาลฎีกาฯด้วยว่า สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งต้องถูกต้องตามข้อกฎหมายด้วย

แหล่งข่าวระบุอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาตามข้อเสนอของคณะทำงานฯว่า มีความเห็นอย่างไร ให้ความเป็นธรรมต่อผู้ร้องหรือไม่ ขณะเดียวกันต้องดูมีความถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ เพราะ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ต้องดูตรงนี้เป็นหลัก อย่างไรก็ดีที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาโดยนำ 2 สำนวนคดีที่คล้ายกัน คือคดีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2553 กับคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรปี 2551 มาเปรียบเทียบกัน โดยดูว่าการดำเนินการสลายการชุมนุมในปี 2551 เป็นการใช้แผนปฏิบัติการฉุกเฉินในการสลายการชุมนุมหรือไม่ เนื่องจากการดำเนินการสลายการชุมนุมปี 2553 จะมีแผนการปฏิบัติงานตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ส่วนกรณีความเหมาะสมที่ พล.ต.อ.วัชรพล จะร่วมลงมติว่าจะถอนฟ้องคดีดังกล่าวหรือไม่นั้น ประเด็นนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ต้องพิจารณาเองว่า ในเมื่อเป็นประเด็นทางสังคม และมีคนท้วงติงก็อาจจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและความเกี่ยวข้องหรือไม่ว่า ประธาน ป.ป.ช. เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ควรหรือไม่ควรนั่งร่วมพิจารณาเรื่องนี้ ดังนั้นจะถอนตัวในการลงมติหรือไม่ คงเป็นเรื่องของประธาน ป.ป.ช. คนอื่นคิดแทนไม่ได้

แหล่งข่าวจากป.ป.ช. ระบุว่า คณะทำงานมีมติไม่ถอนฟ้องในคดีสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร เนื่องจากเห็นว่า พยานหลักฐานที่ผู้ร้องยื่นเข้ามาเป็นเรื่องเก่า นอกจากนี้ได้ชี้แจงเหตุผลต่อข้อร้องเรียนเป็นข้อๆ จนเสร็จสิ้นข้อสงสัยแล้ว