พลันที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐมีมติเชิญ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นกล่าวคำปราศรัยในการหาเสียงของพรรคใน วันที่ 10 มีนาคม ที่จังหวัดนครราชสีมา
แสงแห่งสปอตไลต์ก็ฉายจับไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยอัตโนมัติ
คำถามว่าทำไมไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะมีคำตอบอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นคำตอบจาก นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ไม่ว่าจะเป็นคำตอบจาก นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค สอดรับกัน
1 เพราะเป็นจังหวัดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดและ 1 เพราะเป็นจังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งใหญ่และเป็นประตูสู่ ภาคอีสาน
หากคิดจะชนะเลือกตั้ง ต้องชนะที่”อีสาน”
นี่เป็นยุทธวิธีที่ทุกพรรคการเมืองมาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคกิจ สังคม พรรคชาติไทย พรรคความหวังใหม่ พรรคไทยรักไทย ในกาลอดีต
เพราะภาคอีสานมี 20 จังหวัดมี 116 ส.ส.
ยุทธการ”พลังดูด”ของพรรคพลังประชารัฐซึ่งเริ่มโดย”กลุ่ม สามมิตร” ก็ประเดิมด้วยอดีตส.ส.ภาคอีสาน ไม่ว่ากลุ่มรัตนเศรษฐ ไม่ว่ากลุ่มฟองงาม ไม่ว่ากลุ่มเร่งสมบูรณ์สุข
ขณะเดียวกัน แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้รับยกย่องว่าเป็นนักพูดฝีปากดี ฝึกพูดหน้าโพเดียมทุกวันอังคารและ โดยเฉพาะทุกคืนวันศุกร์
แต่ในฐานะ”นักการตลาด”แกนนำพรรคพลังประชารัฐก็มีการ ตระเตรียมอย่างรัดกุม
เบื้องต้นให้เริ่มจากการเดินหาเสียงในกทม.ใช้เวลาจากนี้เรื่อยไปจนกว่าจะได้ฤกษ์เบิกชัยในวันที่ 10 มีนาคม เหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์ในการเตรียมความพร้อม
แปรการเดินสาย”ครม.สัญจร” มาเป็นการปราศรัยหาเสียงท่ามกลางประชาชนเรือนหมื่น
ภายในกระบวนการ LAUNC เปิดตัวทางการเมืองครั้งสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความคาดหวังค่อนข้างสูงจาก หลายๆด้าน
ด้านของพรรคพลังประชารัฐสรุปว่าสถานการณ์ดียิ่ง ด้านของฝ่ายตรงกันข้ามสรุปว่าต้องจับตาอย่างชนิดเกาะติด
วันที่ 10 มีนาคมจะเป็น “จุดตัด” สำคัญทางการเมือง

