“วิษณุ”ย้ำ”บิ๊กตู่”เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ได้รับการยกเว้นเพราะเป็นข้าราชการการเมือง ด้านทีมรปภ.นายกฯ ติดตามได้ 24 ชม.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อโต้แย้งจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับสถานะของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ว่า ตนจะไม่ไปตอบโต้อะไร แต่จะอธิบายว่า คำว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐมี 2 ความหมายที่ใช้ในรัฐธรรมนูญคือ 1.เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นความหมายทั่วไป และ 2.เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นความหมายตามมาตรา 98(15) สำหรับความหมายทั่วไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นตนเอง หรือนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือนายกรัฐมนตรี ฯลฯ ก็ล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
“ผมไม่เคยบอกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านเป็นตามมาตรา 98(12) ดังนั้นเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมไม่เคยพูดกลับไปกลับมา ไม่เคยตอบว่าวันหนึ่งนายกฯเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาอีกวันหนึ่งบอกว่าไม่ได้เป็น เพราะถึงอย่างไรนายกฯก็เป็น ท่านเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เพราะเป็นนายกฯ ถ้านายกฯไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วจะเป็นอะไร การที่มีคนบอกว่าถ้าอย่างนั้นนายกฯก็ลงสมัครหรือรับการเสนอชื่อไม่ได้นะซิ มันไม่ใช่ รัฐธรรมนูญเขายกเว้นเพราะท่านเป็นข้าราชการการเมือง ที่ผมบอกว่านายกฯ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในความหมายของการเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะเป็นข้าราชการการเมือง ถึงอย่างไรก็ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่บังเอิญรัฐธรรมนูญมาตรา 98(12) ระบุไว้ว่า คนที่จะสมัครส.ส. หรือส.ว.หรือ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องไม่ขัดกับมาตรา 98(12) ที่เขียนว่าจะต้องไม่เป็นข้าราชการ ยกเว้นข้าราชการการเมือง ซึ่งนายกรัฐมนตรี เป็นข้าราชการการเมือง เพราะฉะนั้นจึงได้รับการยกเว้นว่าสามารถเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันไปเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีได้ แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรานี้ ”นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ปัญหาต่อไปก็คือกรณีตามมาตรา 98(15) ซึ่งเขียนว่าจะต้องไม่เป็นลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งนายกฯเมื่อไปเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 98(12) แล้ว ก็ไม่ต้องมาพูดเรื่องตามมาตรา 98(15) ปัญหาก็จะมีเกี่ยวกับตำแหน่งหัวหน้าคสช.อีก ว่าหัวหน้าคสช.เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ ซึ่งตนได้ตอบไปแล้วว่าในความคิดของตน มาตรา 98(15) ระบุไว้แล้วว่าจะต้องไม่เป็นพนักงาน ลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งเรื่องนี้เคยมีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2543 วินิจฉัยว่า คำว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในมาตรา 98(15) นี้ไม่ได้หมายความถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐทั่วๆไปทั้งหลาย เพราะเจ้าหน้าที่ทั่วไปนั้น ไปอยู่ในวงเล็บอื่นหมดแล้ว
“ในส่วนของตำแหน่งในคสช. ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง ก็ไม่ได้รับการคุ้มครอง ก็อาจจะคิดกันว่าเมื่อไม่ได้เป็นข้าราชการก็ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ แต่ก็จะมาติดตรงมาตรา 98(15) ซึ่งก็ต้องมาตีความกันในมาตรานี้ คราวนี้ก็สุดแล้วแต่จะไปแปลหรือไม่ตีความกัน ถ้าใครสงสัยก็ส่งให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผมจะตอบถูกหรือผิดไม่แปลก แต่ไม่สามารถจะถือเป็นคำวินิจฉัยได้”นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า หลังจากกกต.ตอบมาที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นปราศรัยหรือช่วยผู้สมัครหาเสียงได้ นายกฯ ต้องระมัดระวังคือ ต้องไปช่วยนอกเวลาราชการ และต้องระวังเนื้อหาสาระในการพูด ไม่ให้ หรือไม่สัญญาว่าจะให้ ไม่ขู่เข็ญ ไม่พาดพิง ไม่ใส่ร้ายพรรคอื่น นอกจากนี้ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับมาตรา 78 ซึ่งสำคัญ ที่บอกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องวางตัวเป็นกลาง ซึ่งนายกฯเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ต้องระมัดระวังในความเป็นกลาง จะต้องไม่ใช้ตำแหน่งของตนในการที่จะทำให้ใครได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ซึ่งก็ต้องระวังเอาเอง ทั้งเรื่องการใช้เวลา การใช้ทรัพย์สิน การใช้คน และการใช้สถานที่
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายกฯจะอ้างว่าไปช่วยหาเสียงนอกเวลาราชการ แต่ความเป็นนายกฯยังคงอยู่ เพราะยังสามารถทำงานหรือแม้แต่การโยกย้ายใคร ก็ยังทำได้อยู่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็กกต.เขาตอบมาว่าได้ จะให้ตนทำอย่างไร ก็ต้องระวังเอาเอง เมื่อถามว่าพูดถึงนโยบายก็ได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ถ้าพูดให้เป็นก็ได้ อย่าไปแนะเขาเลย
เมื่อถามถึงการใช้คน โดยเฉพาะทีมรักษาความปลอดภัยนายกฯ สามารถลงพื้นที่ไปกับนายกฯ เพื่อดูแลความปลอดภัยได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในวิธีปฏิบัติที่ผ่านมาในอดีต เขาจะยอมให้กับรปภ.แต่คนอื่นไม่ได้ เพราะ รปภ.ต้องคุ้มกันนายกฯตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรือกลางค่ำ กลางคืนที่นายกฯจะต้องไปงานอะไรต่าง ๆ รปภ.ต้องอยู่รักษาความปลอดภัย เพราะนอกเวลาก็ยังเป็นนายกฯอยู่ ถือเป็นความจำเป็นที่ยังต้องติดตัวนายกฯ จะในเครื่องแบบหรือนอกเครื่องแบบอะไรก็ไปจัดการกันเอาเอง ส่วนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ถ้าจะต้องไป ก็ไปเพียงเท่าที่มาตรฐานเดียวกับที่ไปเวลาที่คนอื่นปราศรัย
เมื่อถามว่าทีมรักษาความปลอดภัยนายกฯชุดปัจจุบันสามารถลงพื้นที่ไปรักษาความปลอดภัยให้นายกฯได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนตัวตนเห็นว่าสามารถทำได้ เพราะวิธีปฏิบัติกับนายกฯหรือรัฐมนตรีในอดีตที่ผ่านมาเขาก็ใช้กัน เรื่องนี้ไม่มีกฎหมายระบุไว้ แต่มีหน้าที่ของรปภ.ที่จะต้องดูแลนายกฯตลอดเวลา นายกฯลาป่วยอยู่โรงพยาบาลก็ต้องไปเฝ้า
เมื่อถามว่านายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะไปร้องกกต.ในประเด็นเหล่านี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ก็เมื่อรู้อยู่แล้วว่ามีคนจ้องจับผิด ก็ต้องระวังเอาเองให้ดีก็แล้วกัน ส่วนรถประจำตำแหน่งใช้ไม่ได้อยู่แล้ว

