เพื่อไทยเปิดนโยบายโค้งสุดท้าย ชูแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายใน180วัน

หมายเหตุคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯและประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯของพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย รวมถึงแกนนำ ผู้สมัครทั่วประเทศ และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุม และเปิดนโยบายพรรคเพื่อไทย (พท.) โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 3 ระยะ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นหนี้ แม้จะมีเงินทุนสำรอง 6 ล้านล้านบาท แต่กลับไม่สามารถดึงออกมาใช้เพื่อคนตัวเล็กได้ ดังนั้น จำเป็นที่เราจะต้องหาเงิน และเติมเงินไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ประชาชนสามารถสร้างธุรกิจ และสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ หัวใจของการแก้ปัญหาคือการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจใหม่ ก่อนปี 2554 เราเคยใช้นโยบายเศรษฐกิจ 4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง แต่วันนี้เราต้องใช้นโยบาย 4 ปีซ่อม และสร้างไปพร้อมๆ กัน เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยติดหล่ม ต้องใช้รถโฟร์วีลไดร์ พาประเทศออกจากหล่ม โดยล้อแรก จะเน้นการขับเคลื่อการส่งออก และการท่องเที่ยว ล้อที่ 2 คือการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งหัวใจคือเรื่องของความมั่นใจ พรรค พท.

ต้องกลับมาสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน ต้องสร้างการเมืองที่มั่นคง เอาเงินลงทุนกลับ

เข้ามา ล้อที่ 3 คือกระตุ้นการบริโภคในประเทศ จากเมื่อก่อนอยู่ที่ 52% ตอนนี้ลดเหลือเพียง 48% ซึ่งปัจจัยหลักอยู่ที่ราคาพืชผลทางการเกษตร ต้องเข้าไปเพิ่มเติมการปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่ ล้อที่ 4 คือกระตุ้น

การลงทุนภาครัฐ นอกจากนี้ ในภาพรวม เราจะเพิ่มรายได้ประชาชนทั้งเรื่องสตรีทฟู้ด การค้าขายออนไลน์ โอท็อป ต้องมีการสร้างโอกาส ทำสินค้าให้มีคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

เราจะต้องทำให้เกษตรกรขายสินค้าในราคาดีขึ้น ในต้นทุนที่ถูกลง และผลักดันการท่องเที่ยว เราต้องเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวให้ได้ 3.3 ล้านล้านบาท ให้ได้ใน 4 ปี เราต้องหาจุดแข็งของแต่ละจังหวัด และแต่ละพื้นที่ แล้วการท่องเที่ยวจะสร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป นอกจากนี้ การค้าขายออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญ วันนี้โลกเปลี่ยนไป พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เราต้องสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชนผ่านโลกออนไลน์ให้ได้ ปัญหาต่อมาคือ อุปสรรคจากหน่วยงานราชการ การจะขออนุญาตอะไรทำได้ยากเพราะระเบียบปิดกั้นเราอยู่ ราชการต้องเข้าใจธุรกิจ โอกาส และอนาคต ต้องทลายระเบียบเพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชน สุดท้ายคือเรื่อง ภาษี ซึ่งคนตัวเล็กตัวน้อยโดนหนัก ต้องเก็บภาษีบริษัทให้สมเหตุสมผล รวมถึงบริษัทข้ามชาติต้องเก็บภาษีให้เหมาะสม หัวใจของเราไม่ใช่เรื่องแจกเงิน แต่เราต้องแก้ที่รากของปัญหา เราต้องสร้าง และแจกโอกาสให้ประชาชน ให้เขานำโอกาสไปทำมาหากินได้ ต้องรวมพลังกัน เมืองกับชนบทคือเนื้อเดียวกัน ที่ต้องเดินไปด้วยกัย พรรค พท.เราพร้อมที่จะซ่อม และสร้างใน 4 ปี ข้างหน้านี้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

เราให้คำมั่นว่าเราจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ได้ภายใน 180 วัน เพราะจากการลงพื้นที่ไม่ว่าที่ไหน ชาวบ้านต่างเข้ามาขอให้พรรค พท.เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้น พท.เราจะไม่ยอมให้ประชาชนต้องทุกข์ร้อนต่อไป และจะรอช้าไม่ได้ เราจะทำทันที ด้วยการปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยเริ่มจาก 1.ที่เราต้องเริ่มต้นในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจคือการตรวจโรค เราต้องสำรวจ และตรวจสอบความเสียหายจากโครงสร้างที่บิดเบี้ยว ซึ่งทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจบิดเบี้ยวไปด้วย ภายใน 30 วัน และต้องตรวจสภาพหนี้ของรัฐบาล ทรัพยากรของรัฐต้องถูกใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะที่ผ่านมามีการใช้เงินในลักษณะของไขมันส่วนเกิน คือนำไปใช้ในสิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพ จากนั้นต้องตรวจสอบกฎหมายที่ทำให้เกิดความเสียหายต่างๆ อาทิ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ไซเบอร์ฯที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก รวมถึงข้อตกลงต่างๆ ที่ไปทำแล้วส่งผลกระทบต่อคนไทย เช่น เรื่องการประมง (ไอยูยู) นอกจากนี้ เราต้องตรวจสอบกลไกคอร์รัปชั่น

ของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการนำกฎหมายทางเทคนิคมาใช้ เช่น การจำกัดหาบเร่แผงลอย เราต้องเอกซเรย์ใน 30 วัน แล้ววางแผนแก้ไข

2.คือแผนรักษาประเทศใน 100 วัน โดยเริ่มจากการปรับหนี้ พร้อมกับการเพิ่มรายได้ เราต้องอัดน้ำเกลือให้เขาโดยการเอาหนี้มาพัก แล้วให้เขาลุกขึ้นมาสู้ เดินหน้าสร้างรายได้ก่อน เช่น การพักหนี้เกษตรกร 3 ปี นอกจากนี้ เราต้องช่วยปรับโครงสร้างหนี้เอสเอ็มอี หรือธุรกิจรายย่อยให้เดินได้ ต้องปรับหนี้ครู และหนี้ของนักเรียนที่กู้ กยศ. โดยการปรับโครงสร้างใหญ่ทั้งหมด จะจัดตั้งสถาบันพัฒนารายได้ทุกจังหวัด เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย และเร็ว โดยเราจะมีทุนให้เบื้องต้น 5 ล้านบาท และเราจะเร่งขยายศักยภาพให้มีการเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจรายย่อย โดยขยายเพดานวงเงินจาก 50,000 บาท เป็น 100,000 บาท รวมถึงเราจะปรับเงินเดือน และค่าแรงขั้นต่ำ 15% โดยเราจะค่อยๆ ปรับขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน เป็นระบบ โดยไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการ เราจะมีมาตรการช่วยเหลือเจ้าของกิจการ เช่น การลดภาษีนิติบุคคล สุดท้าย คือเราจะสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาการผลิตให้เกษตรกร โดยเราจะสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้กับชาวนา โดยให้ข้าว 5,000 บาทต่อเกวียน ไม่เกิน 15 เกวียน หรือ 75,000 บาทต่อราย

3.ต่อมาคือการให้วัคซีนให้คนไม่กลับไปป่วยอีก โดยการเร่งทลายอุปสรรคจากกฎหมายที่ล้าหลัง และเป็นอุปสรรคต่อการทำกิน โดยจะกิโยตินกฎหมายภายใน 6 เดือน และต้องสร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ เพราะที่ผ่านมา การเริ่มต้นธุรกิจของคนรุ่นใหม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เราจะทำให้การดำเนินการต่างๆ ง่ายขึ้น เช่น การทำคราฟต์เบียร์ หรือสุรากลั่นชุมชน รวมถึงเราต้องเจรจาการค้าเสรีระหว่างประเทศ เพราะหลังการเลือกตั้งแล้วต่างชาติจะเปิดโอกาสให้เราเข้าไปเจรจา และนี่คือจุดแข็งของพรรค พท. ที่เราสามารถเจรจาการค้าเสรีระหว่างประเทศได้ เราต้องหยุดการรีดภาษีจากประชาชน และธุรกิจทั้งหมด ซึ่งเรามองไปที่การปรับลดภาษีน้ำมัน ต่อมาคือปรับภาษีเงินได้ของเกษตรกร จากหักภาษีได้ 65% เป็น 85% เราจะมีการทำสิทธิพิเศษนอกอีอีซีด้วย โดยเราต้องเดินเศรษฐกิจ 2 ขา ทั้งรับการลงทุนจากต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพภายในประเทศ โดยเอสเอ็มอีรายย่อยที่ยอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เราจะปรับให้เสียภาษีเหมาจ่ายเพียง 1% เพื่อให้คนเหล่านี้เข้าไปเป็นคู่ค้าของบริษัทใหญ่ๆ ได้ และจะยกเว้นภาษีออนไลน์ 2 ปี เพราะต้องการให้ออนไลน์แข็งแรง และต้องแข็งแรงในปีนี้ ไม่เช่นนั้นเมื่ออาลีบาบาเข้ามา เราจะถูกกลืนไปหมด รวมถึงจะงดเว้นภาษีให้กับสินค้า และบริการที่มีชื่อว่าไทยทำ และพรรค พท.จะนำสินค้าที่ไทยทำไปขายในต่างประเทศภายใต้ชื่อแบรนด์เดียวกัน

นอกจากนี้ สตาร์ตอัพ เราก็จะงดเว้นภาษีให้ 2 ปีเช่นกันเพื่อให้เขาตั้งตัวได้ก่อน และเราต้องสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก อย่างไรก็ตาม เรามีเป้าหมายเรื่องราคาเกษตร โดยตั้งเป้าให้ราคาข้าวขาว 5% ราคาอย่างน้อย 10,000 บาทต่อเกวียน ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาทต่อเกวียน ยาง 60 บาทขึ้นไป โดยการนำมาสร้างถนน อ้อย 100 บาทขึ้นไป ปาล์มต้อง 4.5 บาทขึ้นไป โดยการนำมาผลิตไบโอดีเซล และข้าวโพด 7 บาทขึ้นไป พท.รู้กลไกที่จะทำให้เกิดจริง ราคาสินค้าเกษตรต้องกลับมาดีภายใน 180 วัน นอกจากนี้ เราจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรป้อนโลกให้ได้ และเกษตรกรจะเป็นผู้กำหนดราคา เราจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ 1.4 ล้านล้านบาทต่อปี และมีกองทุนปรับหน้าดินให้เกษตรกรด้วย

เราต้องเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวต่างชาติให้เป็น 50 ล้านคนต่อปี และรายได้เพิ่มเป็น 3 ล้านล้านบาทต่อปี เอาแค่ยกเลิกวีซ่าจีน จะมีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 50% คือ 5 ล้านคน สุดท้ายคือเราต้องสร้างฐานรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ เพราะโลกเปลี่ยน เราต้อง

เตรียมความพร้อมให้เด็กไทยที่กำลังจะจบ และคนที่เสี่ยงต่อการตกงาน โดยเราจะมีกองทุนเสริมสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (เถ้าแก่ใหม่) ทั้งใน กทม. และภูมิภาค โดยศูนย์นี้จะต้องทำคอนแทกต์กับมหาวิทยาลัยดังทั่วโลกเพื่อดึงองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลกนี้มาช่วยธุรกิจใหม่ และศูนย์นี้จะเป็นวันสต๊อปเซอร์วิสที่จะช่วยเรื่องขั้นตอนทางกฎหมาย ฯลฯ จนสามารถเกิดผลิตภัณฑ์ได้ พร้อมกับหาเงินทุนให้ด้วย และหากธุกิจสตาร์ตอัพใดที่รัฐเห็นว่ามีประโยชน์ต่อรัฐ รัฐอาจจะเข้าไปร่วมลงทุนด้วย ต่อมาคือ กองทุนคนเปลี่ยนงาน ที่จะให้ทั้งเงินทุน ทักษะ และความรู้ให้คนที่ต้องการเปลี่ยนงาน พท.จะทำให้โลกทั้งโลกเป็นตลาดของคนไทย เราจะต้องขายผ่านออนไลน์ หรือบล็อกเชน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘โจ๊ก’ ยันไร้ใบสั่งจับรองหน.อนาคตใหม่แชร์ข่าวปลอม ‘บิ๊กป้อม’ จ่อเอาผิดสปอนเซอร์เว็บ
บทความถัดไปสู่ 24 มี.ค. 62