2 แนว 2 ต่อสู้ 19 วัน ก่อน ‘เลือกตั้ง’ เอา หรือ ไม่เอา

5.03.19 | 12:05 น.

การเน้นความเลวร้ายของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยจากพรรคพลังประชารัฐ การเน้นทางเลือกระหว่างประเทศกับระบอบทักษิณจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย การเปิดโหวตระหว่างเผด็จการทหารกับเผด็จการรัฐสภาจากเครือข่ายของพรรคประชาธิปัตย์

เพิ่มความเข้ม เพิ่ม “ทางเลือก” ต่ออีก 19 วันของ “การเลือกตั้ง”

หากสรุปตามข้อเสนอจากเวทีปราศรัยของพรรครวมพลังประชาชาติไทยที่เขตบึงกุ่ม กทม. ว่าด้วยอ้ายตัวร้ายทางการเมือง

ไม่ว่าอ้ายตัวร้าย “เก่า” ไม่ว่าอ้ายตัวร้าย “ใหม่”

ก็จะประจักษ์ถึงความพยายามสะท้อนความจัดเจนจากสภาพการณ์ทางการเมืองก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และสภาพการณ์ทางการเมืองภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ขึ้นมาอย่างเด่นชัด

Advertisement

เป็นข้อเสนอที่ทาง 1 เน้นให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องสืบทอดอำนาจของ คสช. 1 เน้นให้เห็นความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เท่ากับยืนยันและรับรอง “ระบอบ คสช.” อย่างเป็นรูปธรรม

 

แม้จะมีการจำแนกแจกแจงระหว่าง 1 อ้ายตัวร้าย “เก่า” และ 1 อ้ายตัวร้าย “ใหม่” แต่หากติดตามฟังแกนนำที่เคยเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและ กปปส.

ก็จะแจ่มชัดว่า ล้วนถูกกวาดรวมเรียกว่า “ระบอบทักษิณ”

ก็จะแจ่มชัดว่า ล้วนถูกประมวลให้เป็น “เผด็จการรัฐสภา” อย่างที่ดังกระหึ่มบนเวทีพันธมิตรและเบื้องหน้ามวลมหาประชาชน

เท่ากับย้อนกลับไปยังการเมืองก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง มีรูปธรรมอย่างน้อย 2 รูปธรรมที่ยืนยันว่าการเสนอประเด็นนี้ประสบความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า

1 โดยผลการเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550

1 โดยผลการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554

การติดตามผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม อีก 19 วันข้างหน้าจึงทรงความหมาย

 

ไม่ว่าข้อเสนออันมาจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าข้อเสนออันมาจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่ว่าข้อเสนออันมาจากเครือข่ายของพรรคประชาธิปัตย์

มีคำตอบ “ล่วงหน้า” ปรากฏบ้างแล้ว

ผลการสำรวจความเห็นผ่านสถานีโทรทัศน์บางสถานี ปรากฏว่าร้อยละ 15 ไม่เห็นด้วยกับเผด็จการรัฐสภา ขณะที่ร้อยละ 85 ไม่เห็นด้วยกับเผด็จการทหาร

ผลการสำรวจของหลายสำนักโพล ปรากฏว่าคะแนนและความนิยมเป็นของพรรคเพื่อไทย

เป็นคะแนนและความนิยมที่อยู่เหนือกว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และแม้กระทั่งพรรครวมพลังประชาชาติไทย

ขณะเดียวกัน คะแนนพรรคอนาคตใหม่ก็ดีวันดีคืน

เพราะคำตอบเช่นนี้เองจึงมีความจำเป็นที่พรรคพลังประชารัฐจะต้องผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินสายหาเสียงใน กทม. และขึ้นเวทีประเดิมที่นครราชสีมาในวันที่ 10 มีนาคม

นี่คือไพ่ใบสุดท้ายอันมาจาก คสช. และพรรคพลังประชารัฐ

 

ระยะเวลาที่เหลืออีก 19 วัน จึงเป็นระยะเวลาอันมากด้วยความผันผวน โอกาสอาจโน้มเอนไปได้ใน 2 แนวทางเด่นชัดขึ้นเป็นลำดับ

อาจเป็นผลดีต่อพรรคพลังประชารัฐ ต่อพรรคประชาธิปัตย์

ขณะเดียวกัน อาจเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทย อาจเป็นผลดีต่อพรรคประชาชาติ อาจเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อชาติ และรวมถึงผลดีต่อพรรคอนาคตใหม่

คำถามยังอยู่ที่ว่า “เอา” หรือ “ไม่เอา” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา