การเน้นความเลวร้ายของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยจากพรรคพลังประชารัฐ การเน้นทางเลือกระหว่างประเทศกับระบอบทักษิณจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย การเปิดโหวตระหว่างเผด็จการทหารกับเผด็จการรัฐสภาจากเครือข่ายของพรรคประชาธิปัตย์
เพิ่มความเข้ม เพิ่ม “ทางเลือก” ต่ออีก 19 วันของ “การเลือกตั้ง”
หากสรุปตามข้อเสนอจากเวทีปราศรัยของพรรครวมพลังประชาชาติไทยที่เขตบึงกุ่ม กทม. ว่าด้วยอ้ายตัวร้ายทางการเมือง
ไม่ว่าอ้ายตัวร้าย “เก่า” ไม่ว่าอ้ายตัวร้าย “ใหม่”
ก็จะประจักษ์ถึงความพยายามสะท้อนความจัดเจนจากสภาพการณ์ทางการเมืองก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และสภาพการณ์ทางการเมืองภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ขึ้นมาอย่างเด่นชัด
เป็นข้อเสนอที่ทาง 1 เน้นให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องสืบทอดอำนาจของ คสช. 1 เน้นให้เห็นความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เท่ากับยืนยันและรับรอง “ระบอบ คสช.” อย่างเป็นรูปธรรม
แม้จะมีการจำแนกแจกแจงระหว่าง 1 อ้ายตัวร้าย “เก่า” และ 1 อ้ายตัวร้าย “ใหม่” แต่หากติดตามฟังแกนนำที่เคยเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและ กปปส.
ก็จะแจ่มชัดว่า ล้วนถูกกวาดรวมเรียกว่า “ระบอบทักษิณ”
ก็จะแจ่มชัดว่า ล้วนถูกประมวลให้เป็น “เผด็จการรัฐสภา” อย่างที่ดังกระหึ่มบนเวทีพันธมิตรและเบื้องหน้ามวลมหาประชาชน
เท่ากับย้อนกลับไปยังการเมืองก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง มีรูปธรรมอย่างน้อย 2 รูปธรรมที่ยืนยันว่าการเสนอประเด็นนี้ประสบความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า
1 โดยผลการเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550
1 โดยผลการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554
การติดตามผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม อีก 19 วันข้างหน้าจึงทรงความหมาย
ไม่ว่าข้อเสนออันมาจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าข้อเสนออันมาจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่ว่าข้อเสนออันมาจากเครือข่ายของพรรคประชาธิปัตย์
มีคำตอบ “ล่วงหน้า” ปรากฏบ้างแล้ว
ผลการสำรวจความเห็นผ่านสถานีโทรทัศน์บางสถานี ปรากฏว่าร้อยละ 15 ไม่เห็นด้วยกับเผด็จการรัฐสภา ขณะที่ร้อยละ 85 ไม่เห็นด้วยกับเผด็จการทหาร
ผลการสำรวจของหลายสำนักโพล ปรากฏว่าคะแนนและความนิยมเป็นของพรรคเพื่อไทย
เป็นคะแนนและความนิยมที่อยู่เหนือกว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และแม้กระทั่งพรรครวมพลังประชาชาติไทย
ขณะเดียวกัน คะแนนพรรคอนาคตใหม่ก็ดีวันดีคืน
เพราะคำตอบเช่นนี้เองจึงมีความจำเป็นที่พรรคพลังประชารัฐจะต้องผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินสายหาเสียงใน กทม. และขึ้นเวทีประเดิมที่นครราชสีมาในวันที่ 10 มีนาคม
นี่คือไพ่ใบสุดท้ายอันมาจาก คสช. และพรรคพลังประชารัฐ
ระยะเวลาที่เหลืออีก 19 วัน จึงเป็นระยะเวลาอันมากด้วยความผันผวน โอกาสอาจโน้มเอนไปได้ใน 2 แนวทางเด่นชัดขึ้นเป็นลำดับ
อาจเป็นผลดีต่อพรรคพลังประชารัฐ ต่อพรรคประชาธิปัตย์
ขณะเดียวกัน อาจเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทย อาจเป็นผลดีต่อพรรคประชาชาติ อาจเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อชาติ และรวมถึงผลดีต่อพรรคอนาคตใหม่
คำถามยังอยู่ที่ว่า “เอา” หรือ “ไม่เอา” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

