หน้าแรก การเมือง ติวเข้มวิทยาก...

ติวเข้มวิทยากรครู ก. ‘กกต.’โว ดอกไม้ 65 ล้านบานสะพรั่ง ประชามติสำเร็จแน่นอน

17.05.16 | 17:29 น.

‘ประวิช’ติวเข้มวิทยากรครู ก. มั่นใจประสบการณ์ กกต. 18 ปี จัดประชามติได้ ชี้ตั้งเป้าคนมาออกเสียง 80% ไม่ได้ยากเกิน


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมการอบรมวิทยากร ครู ก. เพื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติ เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้แก่เครือข่ายต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและเป็นแนวทางเดียวกัน

นายประวิชกล่าวว่า ตนไม่รู้สึกเป็นห่วงในกระบวนการนำไปสู่ประชามติ เพราะจากประสบการณ์ของ กกต.ที่ผ่านมา 18 ปี จัดการเลือกตั้งมาแล้วทุกรูปแบบ เราทำได้แน่นอน สบายใจได้ เพราะเรื่องนี้อยู่ในจิตวิญญาณของ กกต. ขอสังคมอย่าห่วง ในวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันออกเสียงประชามติ เราพร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิทุกคน และจะดำเนินการให้การออกเสียงเป็นไปอย่างมีคุณภาพ เพราะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เราได้สร้างเครือข่ายพลเมืองอาสาหรือพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายทั่วประเทศ

“ภารกิจของเราคือจะต้องรณรงค์ และผลักดันให้คนออกมาใช้สิทธิ เพราะการทำประชามติเมื่อปี 2550 มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 57 เปอร์เซ็นต์ แต่ปีนี้เราต้องทำให้ได้ 80 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น 2 เดือนต่อจากนี้อย่าท้อ เดินหน้าต่อไป ภารกิจนี้ใหญ่หลวงนัก การตั้งเป้า 80 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่มากเกินไป” นายประวิชกล่าว และว่า ส่วนกรณีผู้มีสิทธิออกเสียงจะแสดงความเห็นได้มากน้อยแค่ไหน การที่ กกต.บอกว่า 6 ข้อทำได้ 8 ข้อทำไม่ได้เป็นเพียงตัวอย่าง แต่ให้ระวังเรื่องเจตนา การกระทำ อาจสุ่มเสี่ยง เพราะต้องแยกเป็นกรณีไป สุดท้ายแล้วต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน

Advertisement

จากนั้นนายประวิชให้สัมภาษณ์หลังจากอบรมครู ก. ว่า กกต.จะมีการประเมิน ติดตาม ตรวจสอบความพร้อมของ ครู ก. ก่อนการอบรมครู ข. ส่วนในปัจจุบันที่มีกระแสต่อต้านแสดงสัญลักษณ์ด้วยการใส่เสื้อ ถ้าต่างจังหวัดทำตามนั้น หลักมีอยู่ประการเดียว และ กกต.จะไม่อธิบายไปเกินกว่าที่มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯรองรับไว้ 2 ประการในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และการแสดงความเห็นและเผยแพร่ความเห็น ซึ่งมาตราดังกล่าวกำหนดไว้เพียงพอที่ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาภายใต้ข้อกฎหมาย ที่ไม่ปลุกระดม ข่มขู่ หรือใช้คำที่ก้าวร้าว ถ้ายึดหลัก 2 ประการ ประชาชนสามารถแสดงความเห็นได้อย่างปลอดภัย ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติขัดกับรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) นั้น เรื่องนี้คงต้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เข้ารับการอบรมในทุกรุ่น จะได้รับการฝึกการปฏิบัติในรูปแบบวิทยากรกระบวนการใน 5 เนื้อหาวิชา ประกอบด้วย วิชาการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วิชาบทบาทภารกิจของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.) วิชากิจกรรมเครือข่ายพลเมือง วิชาการใช้ระบบสื่อสารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ECT Talk) และวิชาการวางแผนการอบรม ซึ่งภายหลังจากการอบรม ครู ก.แล้ว ผู้เข้ารับการอบรมจะนำไปขยายผลโดยฝึกอบรมครู ข. ซึ่งเป็นพนักงานของสำนักงาน กกต.จังหวัด เพื่อเป็นวิทยากรไปอบรมคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล จำนวน 74,240 คน จาก 7,424 ศูนย์ทั่วประเทศ ให้มีความรู้ความเข้าใจและไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ตลอดจนเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงร่วมกับเครือข่ายอื่นๆ เช่น พระนักเผยแผ่ ดีเจประชาธิปไตย รด.จิตอาสา สถานศึกษาเครือข่ายในพื้นที่ต่อไป

สำหรับการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียง ซึ่งมีจำนวนกว่า 50 ล้านคน มีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักรู้ ตื่นตัวและเห็นความสำคัญของการออกเสียงประชามติและออกมาใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียง กกต.ได้กำหนดเป้าหมายในการออกเสียงโดยผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และมีบัตรเสียไม่เกินร้อยละ 3 ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ดอกไม้ 65 ล้าน บานสะพรั่ง”