เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่บริเวณลานสาธารณะในเขต ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนพรรคเพื่อชาติ นำแกนนำ นปช.และคณะผู้บริหารพรรคเพื่อชาติลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรคในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.ขอนแก่น อาทิ พ.ต.อ.อุดร ชาณนุวงศ์ หมายเลข 15 โดยนายจตุพรได้พาผู้สมัครกราบสักการะขอพรและถวายเครื่องเซ่นไหว้บูชาแด่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองชุมแพ พร้อมร่วมปล่อยนกเพื่อความเป็นสิริมงคลเอาฤกษ์เอาชัยในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ จากนั้นได้ขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อนำเสนอนโยบายพรรคเพื่อชาติ แนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ท่ามกลางการต้อนรับจากแกนนำ นปช.ในพื้นที่และประชาชนกว่า 3,000 คน
นายจตุพรกล่าวว่า การลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรคนั้น ขณะนี้ได้กำหนดแผนการดำเนินงานร่วมกับพรรคและผู้สมัครทุกคน ซึ่งคณะทำงานจะลงพื้นที่หาเสียงทุกวัน อย่างที่ขอนแก่นวันนี้เป็นการปูพรมพร้อมกันทั้ง 6 เวที ทุกเวทีได้รับการต้อนรับจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ต่อต้านเผด็จการ ที่ได้มาพบปะ ร่วมพูดคุยร่วมแลกเปลี่ยน ที่สำคัญ คนยังให้การสนับสนุนพรรคเพื่อชาติด้วยการเลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อชาติในทุกเขตเลือกตั้งเพื่อต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กลับบ้าน
“เราเรียกร้องให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กลับบ้านที่ประเทศไทยมานานถึง 12 ปี เราทำไม่ได้ วันนี้เราจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับบ้านให้ได้ ด้วยการแสดงพลังของคนเสื้อแดง แสดงพลังของกลุ่ม นปช.ที่จะทำตามระบอบประชาธิปไตยคือการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเลือกพรรคเพื่อชาติทุกคนและทุกเขตเลือกตั้ง ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการลงคะแนนเสียงในบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว แต่ผู้สมัครจากพรรคการเมืองนั้นมีมากเหลือเกิน ปฏิบัติการเอาประยุทธ์กลับบ้านง่ายที่สุดคือ ในวันที่ 17 มี.ค. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า และในวันที่ 24 มี.ค.ที่เป็นวันเลือกตั้งหลัก คิดเพียงว่าเกลียดประยุทธ์ ไม่ชอบประยุทธ์ และไม่ต้องการประยุทธ์ ก็กากบาทลงคะแนนในช่องลงคะแนนของพรรคเพื่อชาติ เพราะผู้สมัครของพรรคเพื่อชาติทุกคนจะเข้าไปต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย โดยจะไล่กลุ่มเผด็จการได้กลับบ้านทุกราย ซึ่งมีใครบ้างนั้น คนไทยทั้งประเทศทราบดีอยู่แล้ว”
นายจตุพรกล่าวต่อว่า การที่ กกต.จะไปดูงานในช่วงภาวะบ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ก็ไม่อยากที่จะไปวิจารณ์อะไรมาก เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันนี้ทำงานอยู่ภายใต้ความกดดัน และถูกอำนาจเผด็จกาลกำกับควบคุมอยู่ แต่ก็ขอให้ระวัง เพราะการดูงานที่ผ่านมามีตัวอย่างมาแล้วในสมัยของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งนี้น่าจับตามองที่สุด ทั้งเรื่องการร้องเรียนเรื่องการยุบพรรคไทยรักษาชาติและพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงการกลับไปกลับมาของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชารัฐ ที่บอกว่าจะลงพื้นที่หาเสียงแบบบังเอิญ

