อุณหภูมิร้อนแรง อุณหภูมิเลือกตั้ง อุณหภูมิโค้งท้าย

7.03.19 | 13:00 น.

ไม่มีอะไรนอกเหนือความคาดหมาย

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งเข้ามา ความเข้มข้นในการแข่งขัน และอุณหภูมิของบรรยากาศการเมืองก็ร้อนแรงยิ่งขึ้น

สวนทางกับเวลาสู่เส้นชัยที่ลดลงไปทุกวัน

แม้แต่พรรคที่เป็น “ตัวเต็ง” อย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังออกอาการ “เกร็ง”

เกร็งถึงขั้นที่ต้องเปลี่ยนแปลงความตั้งใจ เรื่องการส่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะแคนดิเดตนายกฯในบัญชีพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง

Advertisement

ซึ่งกำหนดเวทีแรกที่นครราชสีมา ในวันที่ 10 มีนาคม

โดยผลการประเมินล่าสุดของแกนนำเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ระบุว่าอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย รวมทั้งอาจสร้างความขัดแย้งมากกว่า

จึงควรปรับกลยุทธ์ใหม่ ยกเลิกการขึ้นเวทีปราศรัย แต่จะปรับรูปแบบการช่วยหาเสียง

เช่น ให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ใน กทม. เพื่อพบปะประชาชน ให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส.ในลักษณะไม่เป็นทางการ เป็นเหมือนกับพบเจอกันโดยบังเอิญระหว่างผู้สมัคร ส.ส.เป็นต้น

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ระบุว่า

ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคจะประชุมหารือกัน และจะประสาน พล.อ.ประยุทธ์ให้ได้ข้อสรุปภายใน 1-2 วันนี้

เพราะเจตนาของนายกฯอยากพบปะประชาชน

ร้อนไม่แพ้กัน ข้ามไปที่พรรคอนาคตใหม่ “ตำบลกระสุนตก” ของฝ่ายตรงข้ามในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

เพราะความ “แรง” ที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าจับตา

หลังจากปักหลักกับกลยุทธ์ “ตั้งรับ” มาตลอด

6 มีนาคม-18 วันก่อนการเลือกตั้ง ก็ได้เวลาของการเปลี่ยนแปลง

นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโจทก์ที่ 1 และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะโจทก์ที่ 2 ได้

1.ยื่นฟ้อง ม.จ.จุลเจิม ยุคล จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวหาพรรคอนาคตใหม่และหัวหน้าพรรคมีนโยบายล้มล้างสถาบัน

2.ยื่นฟ้องคดีอาญากรณีเว็บไซต์ในเครือ T-news กล่าวหาพรรคอนาคตใหม่และหัวหน้าพรรคมีนโยบายล้มล้างสถาบันฯ

โดยพรรคอนาคตใหม่และนายธนาธรไม่ประสงค์จะฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลย ในความผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่มีโทษแรงกว่า

แต่ฟ้องร้องในความผิดกฎหมายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

และความผิดฐานการใส่ร้ายผู้สมัครด้วยความเท็จ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561

โดยพรรคอนาคตใหม่ก็มีนโยบายเปิดเผยข้อมูล (Open Data) ให้สาธารณชนร่วมกันตรวจสอบเช่นกัน เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคอนาคตใหม่ เป็นไปอย่างสุจริตโปร่งใสที่สุด

พอเปลี่ยนเป็น “รุก”

ก็จัดหนัก-เล่นแรง

และที่สะท้อนว่า เข้าใกล้ “โค้งสุดท้าย” ของการเลือกตั้ง

ก็คือการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของแต่ละพรรคการเมือง

โดยเฉพาะพรรคที่ประกาศตัวเป็น “ขั้วที่ 3” อย่างประชาธิปัตย์

5 มี.ค. เฟซบุ๊กแฟนเพจของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์คลิปวิดีโอ วิสัยทัศน์และจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ ที่ระบุว่า

“ผมไม่มีวันยอมให้พรรคที่ทุจริตมานำประเทศ

ไม่เอาทั้งพวกบกพร่องโดยสุจริต และทุจริตเชิงนโยบาย

นายกฯ 4 คนของประชาธิปัตย์ ไม่เคยมีมลทินเรื่องทุจริต

รัฐมนตรีในรัฐบาลเรามีเรื่องอื้อฉาวทุจริต ลาออกทันที”

แรงไม่แรงพึงพิจารณา ว่าหลังปล่อยคลิปออกมาเพียงวันเดียว มียอดวิวรวมกว่า 6 แสนครั้ง

และคนแชร์อีกจำนวนมาก

นี่ยังไม่นับว่า 7 มีนาคม จะมีจุดพลิกผันอีกรอบ

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยว่าจะยุบหรือไม่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

แม้ว่าคนจำนวนมากจะมีคำตอบอยู่ในใจของคนส่วนใหญ่

แต่การ “ลุ้น” ไม่ได้อยู่แค่คำวินิจฉัย

หากยังรวมไปถึงผลต่อเนื่องที่จะตามมา

โดยเฉพาะปฏิกิริยาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ว่าจะออกไปทางไหน

ในวันที่ “โพล” ซึ่งจัดทำโดยขั้วการเมืองสองฝ่ายตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

ใครผิดใครถูก ใครเอาใจใคร ใครแม่นยำกว่า

24 มีนาคม จะให้คำตอบ