วันนี้ (7 มี.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก เป็นรูปภาพพร้อมข้อความว่า “ทำเลวขนาดนั้น รู้กันทั้งประเทศ แต่ชนะเลือกตั้งครับ นี่คืออิทธิพลของเงิน”
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ นายสุเทพ โพสต์ข้อความระบุว่า
สวัสดีครับพี่น้องมวลมหาประชาชนทุกท่าน
เมื่อวานนี้มีพี่น้องอดีต กปปส.มาถามผมว่า “ผู้ใหญ่ที่จะลาสังขารจากโลกอย่างพวกเราๆ จะยังขีดเขียนกำหนดการเมือง กำหนดสังคมกันได้หรือไม่”
นี่เป็นคำพูดของเลขาธิการพรรคที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่
ฟังแล้วอึ้งไปเล็กน้อยครับ ! ผมอายุ 70แล้ว ก็น่าจะอยู่ในข่ายที่ว่านี้เหมือนกับอีกหลายๆคน แต่คนวัยใกล้ลาสังขารจากโลกนี้ ผมเชื่อว่าเขาก็ผ่านโลกมาพอสมควร
เพราะเขาเคยเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวมาแล้วจากหลายๆ รัฐบาล
เขาเคยเห็นกลวิธีการหลอกล่อเอาคะแนนเสียงของนักการเมือง แล้วก็เข้าไปถอนทุนคืนจนประเทศ“พังฉิบหาย”
เขาเคยเห็นว่ามีพวกใดบ้างที่เข้ามาโกงชาติบ้านเมือง โดยไม่สนใจเสียงห้ามของประชาชนหัวหงอกหัวดำ
เขาเคยเห็นว่าพรรคการเมืองมักอ้างแต่อุดมกาณ์ประชาธิปไตย แต่กลับใช้คำนี้หาประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง
เขารู้ว่าตัวร้ายของจริง อาจไม่ใช่การทำรัฐประหาร แต่มาจากระบอบประชาธิปไตยที่ไร้ธรรมาภิบาล นักการเมืองไร้คุณธรรม
ประสบกาณ์ทั้งหมดนี้ สั่งสมผ่านกาลเวลามาอย่างโชกโชนตลอด 80ปีที่ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เพื่อหวังที่จะมีโอกาสได้อยู่เห็น ลูกๆ หลานๆ ไทยของเรา มีชีวิตอยู่กันอย่างสงบสุข คนในวัยใกล้ลาสังขารแบบพวกผมจึงตั้งใจใช้ทุกประสบการณ์ ทุกความรู้ที่มี ทุกอณูของแรงที่เหลืออยู่ ประคับประคองให้ประเทศชาติเดินต่อไปอย่างมั่นคง และจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ประเทศพังพินาศไปต่อหน้า และจะไม่ยอมให้ใครมาอ้างทฤษฎีตะวันตก แล้วเอ่ยประนามประเทศชาติ โดยที่ตัวเองสัมผัสเพียงน้อยนิดแต่คิดว่ารู้ทั้งหมด แล้วประกาศว่า จะขอกำหนด”อนาคต” เอง โบราณว่า “อาบน้ำร้อนมาก่อน” ยังทันสมัยอยู่นะครับ
“สังขาร” ไม่สำคัญเท่า “สำนึกรักแผ่นดิน”


