‘อนุทิน’ แจง ‘ภูมิใจไทย’ ไม่ได้เทใคร แค่ยืนยันหลักการประชาธิปไตย

“อนุทิน” แจง “ภูมิใจไทย” ไม่ได้เทใคร แค่ยืนยันหลักการประชาธิปไตย ระบุ ไม่ได้บอกว่า นายกฯต้องเป็น ส.ส. แต่นายกฯต้องมาจากการเลือกของ ส.ส. ชี้โลกเปลี่ยนไปมาก หมดยุคพรรคเสียงข้างน้อยตั้งรัฐบาล ลั่นต้องรวมเสียงเกิน 300 จึงจะอยู่รอด เผยตอนนี้ยืนคนละฝั่งกับ “บิ๊กตู่” แต่หลังเลือกตั้ง ถ้ามาจากประชาชนเหมือนกัน ก็คุยกันได้

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ทีมประชาสัมพันธ์พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีให้สัมภาษณ์สื่อว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกของ ส.ส.เท่านั้น จนถูกตีความว่าตัดสินใจยืนคนละขั้วกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าเป็นฝ่ายที่หวังให้ ส.ว. มาช่วยโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ว่า เรื่องดังกล่าว พรรคไม่ได้ “เท” ใคร แต่เรายืนยันในหลักการประชาธิปไตย โดยมองภาพรวมของประเทศชาติเป็นสำคัญ นอกจากนั้น การที่บางสื่อพาดหัวว่า นายกฯต้องมาจาก ส.ส. เราหมายความว่า นายกฯต้องมาจากการเลือกโดย ส.ส. ไม่ได้หมายความว่านายกฯ จะต้องเป็น ส.ส. ด้วย อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถ้า ส.ส. เลือกท่านมา ตนก็ไม่มีปัญหา ตรงนี้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้

“ส.ว.ก็ควรทำหน้าที่ตรวจสอบของท่านไป แต่ไม่ควรมาเลือกนายกฯ เพราะมันเป็นหน้าที่ของ ส.ส. และถ้าให้ ส.ว.มาช่วย ส.ส.กลุ่มหนึ่งเลือกนายกฯ ทั้งที่เป็น ส.ส.เสียงข้างน้อย แล้วจะบริหารประเทศกันอย่างไร ได้นายกฯ แต่ไปไม่รอด เราต้องคิดถึงอนาคต เลือกนายกฯ แล้วต้องทำงานได้ จึงต้องให้ ส.ส. เขาจัดตั้งกันเอง ใครรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง ก็ถือว่ามาจากเสียงประชาชน ตนไม่อยากเห็นกรณีที่ ส.ส. เลือกได้แล้ว แต่ไปต่อไม่ได้ เพราะ ส.ว. ไม่อยากได้นายกฯคนนี้” นายอนุทินกล่าว

ส่วนที่มีนักวิชาการทำนายว่า หากใครรวมเสียง ส.ส.ได้ 126 เสียง และดึง ส.ว. เลือกนายกฯสำเร็จ หลังจากนั้น ส.ส. จะเข้ามาช่วยตั้งรัฐบาลที่แข็งแกร่งได้ นายอนุทินกล่าวว่า โลกเปลี่ยนไปมากแล้ว และที่เชียร์ให้พรรคตัวแปรไปเป็นนายกฯเองเลย ขอบอกว่าไม่กล้ารับ การเมืองไทยพัฒนาไปมาก ประเภทมี ส.ส. 18 คน แล้วตั้งรัฐบาล จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว รัฐบาลที่เข้มแข็ง ต้องเป็นการรวมกันของพรรคต่างๆ ให้มีเสียงถึง 300 เสียงถึงจะอยู่รอด ลำพังรวมกันได้ 260-270 เสียง รับรองว่าไปไม่ไหว แค่เจองดออกเสียงก็จบแล้ว ตนถึงได้บอกว่า การตัดสินใจทางการเมืองต้องคิดกันให้ดี ไม่ใช่ได้แค่นายกฯ แต่ต้องนึกถึงการบริหารด้วย

“ที่ออกมาให้ข่าวเรื่องที่มาของนายกฯ ไม่ใช่เพราะโกรธพล.อ.ประยุทธ์ที่มาวิจารณ์นโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย แต่เราต้องการเสนอแนวคิดของเรา สำหรับตอนนี้ พรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ประยุทธ์ เราไม่สามารถคุยกันได้ เพราะมาจากคนละฐานกัน ยืนกันคนละฝั่ง ตนมาจากประชาชน ต่างจากท่าน แต่หลังเลือกตั้ง เมื่อเรามาจากประชาชนทั้งคู่ ย่อมสามารถคุยกันได้ ส่วนจะร่วมงานได้หรือไม่ ขึ้นกับว่าต่างฝ่ายต่างให้เกียรตินโยบายของกันและกัน และพร้อมรับไปทำหรือไม่” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ที่ตนมาพูดไม่ได้หมายถึงจะเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อลดทอนอำนาจของ ส.ว. แต่พูดตามหลักการเท่านั้น และเราเชื่อว่า หากมุ่งหน้าไปแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่ประชาชนยังประสบปัญหาปากท้อง ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่สมควร หน้าที่ของเราคือการทำงานดูแลประชาชน

บทความก่อนหน้านี้อธิบดีกรมสุขภาพจิตชี้ ‘ต่าย มนัสนันท์’ รักษาตัวที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยาแล้ว
บทความถัดไปหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ช่วยผู้สมัครหาเสียงเมืองสงขลา สักการะเจ้าพ่อหลักเมืองเอาฤกษ์เอาชัย