เมื่อเวลา 10.50 น.วันที่ 7 มีนาคม ที่อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ ศิลปาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมคณะ เดินทางมาไหว้สักการะขอพรพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม พระผู้สร้างเมืองอุดรธานี โดยมีผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 8 เขต มีผู้มาร่วมพิธีกว่า 100 คน พร้อมกับร่วมถ่ายภาพกับผู้ลงสมัคร ส.ส.ทั้ง 8 เขต และสมาชิกพรรค โดยร่วมกันเปล่งคำว่า “พรรคชาติพัฒนา โนพลอมแพลม” และอยากให้นายสุวัจน์เป็นนายกรับมนตรีคนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายสุวัจน์พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่ตลาดเทศบาล 1 ตลาดเทศบาล 2 และตลาดอุดรเงินแชร์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อแจกแผ่นพับหาคะแนนเสียงแก่พ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ที่เดินทางมาจับจ่ายภายในตลาด ตามร้านค้า และแผงวางจำหน่ายสินค้าชนิดต่างๆ รวมทั้ง บนถนนรอบบริเวณทางเข้าออกของตลาดทั้ง 3 แห่งที่อยู่ติดกัน ได้รับการต้อนรับจากชาว จ.อุดรธานี เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ต่อมาเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมโรงแรมบ้านเชียง ทน.อุดรธานี นายสุวัจน์ได้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นประชนในภาคอีสานตอนบน มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเวที แสดงความคิดเห็น และความต้องการ ให้พรรคชาติพัฒนาช่วยเหลืออะไร ผู้เข้าร่วมเวทีแสดงความคิดเห็นมากกว่า 10 ราย หนึ่งในนั้นคือแก้ไขปัญหาโรงงานยางแท่งเหม็น

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่โรงแรมประตราดีไซน์ ริมสวนสาธารณหนองประจักษ์ศิลปาคม ทน.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวัจน์ขณะกำลังจะเดินรณรงค์หาเสียงกับประชาชนที่มาออกกำลังกาย ได้พบกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่กำลังจะขึ้นเวทีปราศรัยที่ลานเอนกประสงค์ สวนสาธารณหนองประจักษ์ฯ ทั้งสองได้จับมือกันท่ามกลางการห้อมล้อมของผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี พรรคชาติพัฒนา โดยมีผู้สนับสนุนพรรครวมพลังประชาชาติไทย อยู่ร่วมด้วย
นายสุเทพ กล่าวในการปราศรัยว่า วันนี้ได้พบกับนายสุวัจน์มารณรงค์หาเสียงใน จ.อุดรธานี ได้พูดคุยกันเรื่องการบ้านการเมือง นายสุวัจน์ขอบคุณมวลมหาประชาชนที่ทำให้มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะได้เปลี่ยนแปลงวิธีหาเสียง จากเดิมผู้สมัคร ส.ส.ไม่ต้องลงพื้นที่หาประชาชน แต่จะใช้หัวคะแนนลงไปพบประชาชนแทน รัฐธรรมนูญใหม่ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.ไปหาประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายสุเทพยังได้กล่าวโจมตีนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการบริหารประเทศ


