เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่า
ฉากหนึ่งในยุทธภพ …
ท่ามกลางหยาดพิรุณ
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าบนใบหน้า “เล่งฮู้ชง” มีน้ำตาหรือไม่
อาจบางที ของเหลวสองสิ่งปะปนอยู่ในกันและกัน ?
สำนักหัวซานจบสิ้นแล้ว แต่ภาระหน้าที่ยังไม่จบสิ้น
เมื่อหน้าที่ไม่จบสิ้น ความรับผิดชอบย่อมไม่จบสิ้น
“เล่งฮู้ชง” เพ่งมองที่กระบี่
‘กระบี่ของข้าพเจ้าไร้รังสีการฆ่าฟัน แต่เปี่ยมด้วยรังสีแห่งความผูกพันปรารถนาดีชนิดหนึ่ง’
เป็นความปรารถนาดีต่อเหล่าชาวยุทธ์ ผูกพันกับการกำจัดเภทภัยยุทธภพ
คนผู้หนึ่งออกผาดโผน หากเพิกเฉยต่อชะตากรรมปวงประชา จะนับเป็นอย่างไรได้
“เล่งฮู้ชง” สะพายกระบี่ มือโอบพิณ ออกเดินทาง …
https://www.facebook.com/Nattawut.UDD/photos/a.861047093952899/2325677534156507/?type=3&theater
ข้อมูลจาก wikipedia ระบุว่า เล่งฮู้ชง เป็นเด็กกำพร้าที่งั๊กปุ๊กคุ้งเจ้าสำนักหัวซาน เก็บมาเลี้ยงดูและสอนวรยุทธ์ให้ จึงเป็นศิษย์เอกแห่งสำนักหัวซาน หรือสำนักฮั้วซัว เล่งฮู่ชงเป็นคนฉลาด ภายนอกเป็นคนช่างพูด ชอบสนุกเฮฮา ดื่มสุรา เล่นการพนัน และพูดจาทะลึ่งตึงตัง แต่ในจิตใจเป็นคนที่ยึดถึอคุณธรรม จึงมักยื่นมือเข้าช่วยเมือเห็นผู้อื่นมีภัย ครั้งหนึ่งได้ต่อสู้กับเถียนป๋อกวงโจรบ้ากามเพื่อปกป้องแม่ชีน้อยอี้ลิ้มให้พ้นภัย จนในที่สุดได้คบเป็นสหายกับเถียนป๋อกวง เล่งฮู่ชงแอบหลงรักงักเล้งซัง(ลูกสาวคนเดียวของ งั๊กปุ๊กคุ้ง) ซึ่งเป็นศิษย์น้องที่เติบโตมาด้วยกัน ด้วยความบังเอิญขณะอยู่ที่ผาสำนึกตนได้ต่อสู้กับเถียนป๋อกวงและได้พบกับสุดยอดเพลงกระบี่สุดยอด คือ เก้ากระบี่เดียวดาย หรือเก้ากระบี่ต๊กโกวจากอาจารย์ปู่ฮวงเช็งเอี๊ยง
หลังจากได้รับถ่ายทอดวิชา อาจารย์ปู่ได้ขอให้เล่งฮู้ชงสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องราวที่ได้พบกับตน และที่มาของสุดยอดเพลงกระบี่ ด้วยความเป็นคนมีคุณธรรมเล่งฮู้ชงจึงเก็บเรื่องทั้งหมดไว้เป็นความลับ ภายหลังได้ใช้วิชาเก้ากระบี่เดียวดายช่วยเหลือสำนักให้พ้นภัย แต่ไม่ยอมบอกที่มาของเพลงกระบี่จึงทำให้อาจารย์และคนอื่นๆในสำนักรวมถึงงักเล้งซังเข้าใจผิด และประกอบกับความริษยาของงักปุ๊กคุ้งที่เห็นลูกศิษย์มีวรยุทธ์เหนือกว่าตัวเอง จึงถูกขับออกจากสำนัก และตัดเยื่อใยจากงักเล้งซัง หลังจากเที่ยวท่องยุทธจักรและค้นพบความจริงของยุทธภพ ที่มีแต่แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น และได้พบรักกับเยิ่นอิ๋งอิ๋ง (ลูกสาวของเยิ่นหว่อสิง ประมุขพรรคตะวันจันทราคนก่อน) จึงเร้นกาย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพอีก

