ท่าที-จุดยืน‘ทษช.’ หลังถูกยุบพรรค

หมายเหตุ แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แถลงท่าทีและจุดยืนทางการเมืองในอนาคต ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งยุบพรรค ที่โรงแรมปริ้นเซส หลานหลวง เมื่อวันที่ 9 มีนาคม

จาตุรนต์ ฉายแสง
อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พวกเราได้มาทำงานร่วมกันทำงานในนาม ทษช. ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยกันทำให้ ทษช.เป็นพรรคการเมืองที่ผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยขึ้นในบ้านเมือง ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ คสช. เพื่อส่งเสริมให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตยเพื่อไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยได้ดำเนินการกันมาและได้รับการตอบรับจากประชาชนดีขึ้นเป็นลำดับ แน่นอนว่าความรู้สึกของพวกเราทุกคนเหมือนคนจำนวนมากที่พรรคต้องถูกยุบและยุติบทบาทลงไป เมื่อพรรคถูกยุบนอกจากกรรมการบริหารพรรค ทษช.ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สมาชิกที่เป็นผู้สมัครทั้งระบบเขตเลือกตั้ง ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ หมดสถานะการเป็นผู้สมัครและความเป็นสมาชิกพรรคแล้ว เหลือเพียงสถานะความเป็นประชาชน หรือนักการเมืองที่ไม่ได้สังกัดพรรค แต่ยังมีสิทธิมีเสียงดำเนินการทางการเมืองต่างๆ ตามที่ กกต.ได้ชี้แจงไว้ โดยสามารถสมัครสมาชิกอื่นเพื่อช่วยหาเสียงได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ในส่วนของผู้สมัครของ ทษช.เกือบ 300 คน ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือว่าจะมีบทบาท หรือทำงานต่อไปอย่างไรให้มีประโยชน์ต่อบ้านเมืองและยังเป็นไปตามจุดมุ่งหมายเดิมได้ตั้งไว้ เบื้องต้นพวกเรา 9 คน มีความเห็นร่วมกัน โดยตั้งใจว่าเมื่อเริ่มแรกพวกเรามีเจตนารมณ์ในการดำเนินการทางการเมืองเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. ส่งเสริมให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตยเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และสร้างประชาธิปไตยให้แก่บ้านเมือง แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้สมัครเลือกตั้งแล้ว แต่จะดำรงจุดมุ่งหมายเดิมที่มีมา โดยไม่ต้องการหยุดหรือยุติบทบาท และจะแสวงหาช่องทางเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตยต่อไป

ดังนั้น ระยะเวลาอีก 14 วันที่เหลือก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง พวกเราจะเปิดเวทีสื่อสารกับประชาชน ใช้สิทธิแสดงความเห็นทางการเมืองเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เคยสนับสนุน ทษช. และผู้รักประชาธิปไตย อยากเห็นบ้านเมืองพ้นวิกฤตความเดือดร้อนร่วมกันทำภารกิจสำคัญ โดยจะทำกิจกรรมเปิดเวทีในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ โดยจะเริ่มต้นทำทันทีอย่างเต็มที่ และในระหว่างนี้ก็จะศึกษาขอจำกัดของกฎหมายเพื่อปรับการทำกิจกรรมไปให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยทั้งหมดจะดำรงจุดมุ่งหมายเดิม และจะไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในพื้นที่ 174 เขตเลือกตั้งที่ ทษช.ส่งผู้สมัคร แต่คราวนี้จะสื่อสารกับประชาชนทั้งประเทศ เพื่อให้ส่งผลต่อการตัดสินใจกับคนทั้งประเทศ

ทั้งนี้ เนื้อหาที่พวกเราจะสื่อสารจะอยู่ในแนวเดียวกันกับที่ปราศรัยมาโดยตลอดเส้นทางที่ผ่านมา โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่ไม่เสรีและเป็นธรรม เช่น การใช้อำนาจของ คสช. แทรกแซงหรือการดำเนินการต่างๆ ที่จะไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นยุบ ทษช. พวกเราจะพูดต่อไป สำหรับเสียงเรียกร้องให้พวกเราไปสนับสนุนพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดนั้น คงต้องมีการประเมินกันต่อไป เพราะเมื่อพวกเราไม่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง และไม่ได้เป็นผู้สมัครของพรรคใดก็ต้องศึกษากติกาของ กกต.ให้ดี ซึ่งพวกเราคิดว่าการโอนคะแนนเพื่อไปสนับสนุนพรรคหนึ่งพรรคใดไม่ใช่ว่าจะทำกันได้โดยง่าย หรือถ่ายโอนกันโดยอัตโนมัติ เพราะทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับประชาชน

ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีหลายพรรคประสานงานมาเพื่อให้อดีตผู้สมัคร ทษช.สนับสนุนนั้น ระดับแกนนำยังไม่ได้รับการประสานแต่อย่างใด อีกทั้งเราไม่ใช่พรรคจะไปมีมติอย่างไรก็ไม่ได้แล้ว แต่อดีตผู้สมัครในหลายพื้นที่น่าจะได้รับการติดต่อประสาน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติที่อดีตผู้สมัครแต่ละคนจะใช้ดุลพินิจไป แต่หากในอนาคต หากหารือมากกว่านี้คงกำหนดทิศทางร่วมกันได้มากขึ้น แต่ตนเชื่อว่าอดีตผู้สมัครทั้ง 2 ระบบมาร่วมตัวกันด้วยความคิดและความเข้าใจที่ชัดเจนถึงอุดมการณ์เดียวกันในการสนับสนุนประชาธิปไตย จึงเชื่อว่าจะไม่มีอดีตผู้สมัครกระเส็นกระสายไปสนับสนุนพรรคที่สืบทอดอำนาจ

สำหรับช่วงโค้งสุดท้าย สำหรับการเลือกตั้งถือว่าเข้มข้นมาก โพลที่ออกมาพลิกไปมา พรรคการเมืองต่างๆ ของประชาธิปไตยดีขึ้นเรื่อยๆ แต่การแทรกแซงเอาเปรียบของอีกฝ่ายก็เข้มข้นเช่นกัน ผลจะออกมาอย่างไรอยู่ที่ความพยายามของแต่ละฝ่าย แต่พวกเราต้องการให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะให้มากที่สุด โดยพวกเราจะทำงานทันที และทำเต็มที่ในช่วงโค้งสุดท้าย โดยวันนี้จะบอกว่าชนะแน่ไม่สามารถพูดได้ แต่จากที่ดูจากพัฒนาการมา มีการเอาเปรียบกันอย่างชัดเจน และจากที่ประชาชนมีความรู้สึกร่วมกันมาว่า 5 ปีผ่านมา มีความเดือดร้อนเพราะเศรษฐกิจเสียหายมาก สุดท้ายประชาชนจะตัดสินใจไปโหวตด้วย 2 เรื่อง 1.ไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจ กับ 2.หลุดออกจากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ หากปล่อยไว้เศรษฐกิจจะเสียหาย ประชาชนเดือดร้อนต่อไป

ถ้าสิ่งเหล่านี้หากชัดเจนในช่วงโค้งสุดท้าย โอกาสที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะและจัดตั้งรัฐบาลได้ก็จะมีมาก

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
อดีตประธานรณรงค์หาเสียง

ภายหลังคำวินิจฉัยยุบพรรค ทษช. พวกเราได้ปรึกษาหารือกัน แม้เส้นทางของพรรค ทษช.ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ยุติแล้ว แต่เส้นทางในการต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารและนำประชาธิปไตยกลับคืนมาสู่ประเทศไทย ใช้ประชาธิปไตยเป็นพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ยังไม่ยุติ และยังต้องเดินหน้าต่อไป พวกเรายังคงมุ่งมั่นทำภารกิจนี้ร่วมกัน การรวมตัวกันวันนี้ ถ้าพูดให้ชัด ต้องบอกว่าไม่ได้เป็นการรวมตัวของกลุ่มบุคคล แต่เป็นการรวมกันของกลุ่มภารกิจเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ เรียกกลุ่มภารกิจนี้ว่า “ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย” สิ่งที่เราจะดำเนินการหลังจากนี้ คือจะเปิดเวทีพูดจาปราศรัยกับประชาชนในเวลาที่เหลืออยู่อีกกว่า 10 วัน คาดว่าอย่างน้อยจะมี 4 เวทีใน 4 ภูมิภาค จะมีเพิ่มเติมกว่านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ การตอบรับของประชาชน และประโยชน์สูงสุดที่จะมีขึ้นกับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย

เราเคารพในการตัดสินใจและวิจารณญาณของอดีตสมาชิกพรรค ทษช. ไม่ว่าแกนนำ ผู้สมัครแบบแบ่งเขตหรือแบบบัญชีรายชื่อ คงจะมีวิธีคิดหรือการตัดสินใจทางการเมืองที่เหมือนหรือแตกต่างกันออกไป เป็นเรื่องปกติ แต่ในส่วนของเรา หลังจากวันนี้จะเดินหน้าทันที กำหนดการลงพื้นที่พูดจาปราศรัยกับประชาชน จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง แต่ได้ลงมือเตรียมการแล้ว สำหรับเนื้อหาสาระ ยังคงเล็งเห็นว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด แต่ทุกการแก้ปัญหาของประเทศ ต้องเริ่มต้นจากการนำพาบ้านเมืองกลับสู่ประชาธิปไตยให้ได้เสียก่อน อย่างไรก็ตาม หลังจากวันนี้ ไม่ว่าด้วยสถานการณ์ บรรยากาศในสนามเลือกตั้ง หรือเหตุผลความจำเป็นอื่น อาจทำให้เราต้องปรับรูปแบบภารกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เป็นสิ่งที่เราจะหารือร่วมดำเนินการด้วยกัน เราหวังใจว่าพี่น้องประชาชนที่เคยให้การสนับสนุนพรรค ทษช.จะยังคงตอบรับภารกิจนี้ และยังคงเดินหน้าร่วมกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในการสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

ในเรื่องการรณรงค์ให้ประชาชนโหวตโนนั้น เบื้องต้นยังไม่มีการพูดถึง เพราะเราเชื่อมั่นว่าคะแนนของประชาชนทั้งประเทศ สามารถเอาชนะกติกาของฝ่ายเผด็จการได้ เราเห็นแบบอย่างจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเมียนมาหรือมาเลเซีย ว่าถ้าประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยพร้อมใจกันตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ก็ไม่มีกติกาอะไรจะขวางกั้นได้ ผมเคยพูดว่าภารกิจนี้ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะในสนามเลือกตั้งและตั้งรัฐบาล ต้องเรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์ แต่เราเชื่อว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นด้วยอำนาจอธิปไตยของประชาชน ภายใต้วิถีทางประชาธิปไตย ไม่มีปาฏิหาริย์ใดที่อำนาจอธิปไตยของประชาชนจะทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ นอกจากนั้น การรณรงค์ครั้งนี้ซึ่งถือเป็นกิจกรรมทางการเมือง เพื่อบอกกล่าวให้ประชาชนเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย เราไม่ถือว่ามีพรรคไหนเป็นพรรคสาขา เพราะแต่ละพรรคมีสถานะ บทบาท และแนวทางของตัวเอง แต่เราดูว่าหลักการของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร ถ้าชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ก็ถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนจะได้พิจารณาเลือกสนับสนุน ส่วนพรรคที่หนุนการสืบทอดอำนาจหรือแทงกั๊ก ก็ต้องบอกประชาชนว่าเลี้ยงไว้ไม่ได้

การแสดงออกของพวกเราในวันนี้ เชื่อว่าเป็นไปตามคำให้สัมภาษณ์ของเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ว่าอดีตสมาชิกพรรค ทษช.ในส่วนที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหาร ยังคงมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกหรือมีส่วนร่วมในสนามเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตาม ตัวระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เราจำเป็นต้องพิจารณาโดยละเอียดอีกครั้ง และเนื่องจากการทำงานในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ผมทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรค ทษช. ดังนั้น เมื่อพรรคถูกยุบ จะขอเดินหน้าในสนามเลือกตั้งในบทบาทนี้เป็นหลัก คงไม่มีสถานะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาใช้เพื่อการรณรงค์หรือการเคลื่อนไหวใดๆ ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งนี้ หากอดีตสมาชิกพรรคคนอื่นสนใจและสะดวกร่วมกิจกรรมนี้ เราก็ไม่ปิดกั้น และขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีอดีตสมาชิกพรรค ทษช.ที่จะไปสมัครพรรคการเมืองอื่น

อย่างไรก็ตาม แต่ละคนคงพิจารณาสถานการณ์ของตัวเอง โดยเราจะติดตามและประเมินสถานการณ์โดยละเอียดทุกวันจนถึงวันเลือกตั้ง อะไรก็ตามที่เราทำภายใต้กติกา แล้วจะเป็นประโยชน์กับฝ่ายประชาธิปไตย เอาชนะฝ่ายเผด็จการได้ เราจะทำ ส่วนโอกาสในการตั้งพรรคใหม่นั้น ต้องบอกว่าเราเพิ่งถูกยุบพรรคไปเมื่อ 2 วันที่แล้ว จึงยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้

บทความก่อนหน้านี้สถานีคิดเลขที่ 12 : ฮุนเซนโมเดล
บทความถัดไปรื้อประวัติศาสตร์ชาติ เสียดินแดนมลายูจริงหรือ