หน้าแรก การเมือง มาร์คเคลียร์จ...

มาร์คเคลียร์จุดยืน สลัดบิ๊กตู่ž ตั้ง รบ.เอง-ไม่ร่วมพท.

12.03.19 | 16:41 น.

หมดเวลาเกรงใจแล้วครับ


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทิ้งท้ายในคลิปประกาศจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหลังการเลือกตั้ง

ท่าทีแข็งกร้าวของหัวหน้าพรรค ปชป. ที่จุดพลุออกมาเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ทำให้เกิดปฏิกิริยาจากบรรดาผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย ขึ้นเวทีจวกอภิสิทธิ์ว่าไปจับมือกับทักษิณแล้วหรือ

พร้อมกับลำเลิกว่า ตนเองนี่แหละเป็นคนทำให้อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ

Advertisement

ส่วนศิลปินดาราที่สนับสนุน กปปส. อย่าง โจ นูโว โพสต์ภาพเหตุการณ์ที่ นปช.ปิดล้อมมหาดไทย และทุบรถนายอภิสิทธิ์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกับข้อความ “อีก 4-5 วันหวยออก”Ž โดยมีแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์ในทิศทางเดียวกับโจ

วันที่ 11 มี.ค. นายอภิสิทธิ์เปิดแถลงอีก โดยย้ำ 5 ประเด็นหลัก จากคำประกาศไม่สนับสนุนบิ๊กตู่ว่า

1.จุดยืนนี้ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว แต่พูดในฐานะหัวหน้าพรรคและเป็นอุดมการณ์พรรค เรื่องนี้ต้องมีมติพรรค แต่ตามข้อบังคับของพรรค มตินี้จะเกิดไม่ได้ถ้ายังไม่มีการเลือกตั้ง

2.เป็นการย้ำอุดมการณ์ของพรรค เพราะพรรคต้องการทำงานการเมืองแบบตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้เลือกตั้งมีสิทธิได้รับทราบจุดยืนของแต่ละพรรคอย่างชัดเจนก่อนการเลือกตั้ง

3.ยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนมี 3 ทางเลือกซึ่งมีจุดยืนและแนวคิดที่ต่างกันอย่างชัดเจน

4.ปชป.ยืนยันว่าจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาลและต้องอยู่ภายใต้พื้นฐานอุดมการณ์ของพรรค คือ ไม่เอาการทุจริตและการสืบทอดอำนาจ แต่การจัดตั้งรัฐบาลก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะดูผลการเลือกตั้งก่อน โดยมีเงื่อนไขคือตราบใดที่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถออกมาจากการครอบงำของคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีผลประโยชน์ขัดกับผลประโยชน์ของคนในประเทศ

5.สำหรับคำถามว่า หลังเลือกตั้ง ถ้าไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ กลัวว่าบ้านเมืองจะเกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีกหรือไม่นั้น เห็นว่าสถานการณ์ในประเทศกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ และไม่ต้องการให้เกิดสถานการณ์ความวุ่นวาย เชื่อว่าผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคง พร้อมทำงานไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก ส่วนตัวไม่มีปัญหากับ พล.อ.ประยุทธ์ เคยทำงานด้วยกันมาในช่วงที่ยากลำบาก พล.อ.ประยุทธ์เองก็เคยให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาตอนที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่การตัดสินใจของตนจะเอาเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวมารวมไม่ได้ ต้องคิดถึงประเทศในระยะยาว

นายอภิสิทธิ์ยังตอบคำถาม ถ้า พปชร.หรือ พท.ได้เสียงข้างมากและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลว่า พรรคก็ไม่ร่วมรัฐบาลและพร้อมเป็นฝ่ายค้าน

และหาก พปชร.จะเข้าร่วมกับพรรค ปชป.จัดตั้งรัฐบาล ต้องไม่มีการสืบทอดอำนาจทั้งตัวบุคคล คือ พล.อ.ประยุทธ์ และมรดกที่ขัดกับหลักประชาธิปไตย คือ คำสั่งและประกาศของ คสช.

ขอย้ำว่าหาก พปชร.ยังพยายามทำให้เกิดการสืบทอดอำนาจ ปชป.ก็จะไม่ให้เขามาร่วมรัฐบาลด้วย ส่วน พท.ยังมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะจากปรากฏการณ์หลายอย่างในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เห็นได้ชัดแล้วว่ามีคนที่สามารถจะมาครอบงำพรรคได้อยู่

นั่นคือสาระโดยสรุปจากคำแถลงของนายอภิสิทธิ์ในวันที่ 11 มี.ค.

ถือว่าเป็นการพลิกเกมให้ ปชป. จากพรรคที่เหมือนอยู่ใต้ร่มเงาทหาร เดินตามพรรคพลังประชารัฐ กลับมาวางตัวเป็นพรรคหลักที่จะเป็นแกนนำรัฐบาล โดยไม่ปิดประตูตายสำหรับ พปชร.เสียทีเดียว แต่มีเงื่อนไขไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ

และเอาใจแฟนคลับ โดยปฏิเสธความร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยไปพร้อมกัน

การเคลียร์จุดยืนใหม่ในรอบนี้ ทำให้ ปชป.เบียดออกมายืนเด่นในแถวหน้ามากขึ้น

แต่จะช่วยกระชากพรรค ปชป.จากความแผ่วในระยะหลัง ที่โดน พปชร.แซง และยังโดนพรรคน้องใหม่ตามจี้ตูด ได้แค่ไหนอย่างไร ถือเป็นเรื่องต้องลุ้น

และต้องจับตา พปชร. ว่าจะแก้เกมอย่างไร หลังจากที่พรรคภูมิใจไทย ประกาศหนุนนายกฯจาก ส.ส. และไม่ยอมให้ 250 ส.ว.มาเดินนำหน้า ส.ส. 500 คน ในการกำหนดตัวนายกฯ

เป็นอาการเหมือนหมดความเกรงใจอีกเหมือนกัน หลังจากโดนนายกฯตู่ซัดว่า เลอะเทอะŽ จากนโยบายปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น

สะท้อนสภาพความจริงบางประการของเรตติ้ง ตัวละครหลักŽ ในการเลือกตั้งครั้งนี้