เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 63 น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาพร้อมนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ นำโดยนายรังสิมันต์ โรม อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายปกรณ์ อารีกุล อายุ 27 ปี ร่วมกับพวกอีก 13 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองบัญชาการกองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนเรียก 16,468,583 บาท ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 เจ้าหน้าที่ใช้กำลังควบคุมตัวโจทก์ด้วยความรุนแรง ระหว่างกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ทำกิจกรรมรำลึกครบรอบ 1 ปีรัฐประหารที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ศาลแพ่งรับคำฟ้องไว้เป็นคดีดำ พ.992/2559 พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป
นายรังสิมันต์กล่าวว่า มีการรวมตัวไม่กี่นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารก็เข้ามาสลายการรวมตัว ทำให้มีหลายคนได้รับบาดเจ็บ ถึงวันนี้ใกล้ครบ 1 ปีแล้ว และคดีใกล้จะหมดอายุความในการฟ้อง เพราะฉะนั้นจึงรวมตัวกันเพื่อฟ้องเรื่องเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อพวกโจทก์
ด้าน น.ส.ภาวิณีกล่าวว่า คำฟ้องบรรยายสรุปว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ทั้งที่ทราบชื่อและไม่ทราบชื่อ จงใจกระทำละเมิด จนทำให้พวกเราได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้เสรีภาพในการชุมนุมได้ เนื่องจากเสรีภาพทางการชุมนุมของเราเป็นการจัดกิจกรรมที่ใช้เสรีภาพโดยสงบปราศจากอาวุธและไม่มีกฎหมายใดที่จะมายับยั้งได้ เพราะฉะนั้นการที่เจ้าหน้าที่มาควบคุมพวกเราไป กรณีนี้จึงเป็นการละเมิด ในการใช้เสรีภาพในการชุมนุม รวมถึงเสรีภาพในด้านร่างกายที่ทำให้เราบาดเจ็บ เสรีภาพที่ทำให้เราไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ คือ พวกเราถูกควบคุมตัว 1 คืน เป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง ที่ สน.ปทุมวัน รวมถึงบางคนมีค่าเสียหายทางด้านทรัพย์สิน เช่น แว่นตา และโทรศัพท์มือถือ ในกรณีนี้เป็นสิทธิ์ที่สามารถเรียกได้ ทั้งนี้ ได้บรรยายฟ้องไว้ด้วยว่าแม้เจ้าหน้าที่จะอ้างว่าใช้อำนาจตามกฎหมายใดก็ตาม หรือ คสช. ใดก็ตาม แต่การกระทำของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถกระทำเกินขอบเขต ลักษณะการไปอุ้ม หามหรือควบคุมตัวทั้งคืน พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล เนื่องจากศาลแพ่งถ้าเรียกค่าเสียหายจะต้องเสียค่าธรรมเนียมร้อยละ 2 ของค่าเสียหายที่เราขอ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรียกค่าเสียหายจำนวนเท่าไหร่ น.ส.ภาวิณีกล่าวว่า โจทก์ทั้งหมด 13 คน คนละ 1,000,000 บาทเศษ รวม 13 คน ประมาณ 16,468,583 บาท เมื่อถามว่า มายื่นฟ้องครั้งนี้คาดหวังเรียกค่าเสียหายหรือคาดหวังให้เป็นบรรทัดฐานของสังคม น.ส.ภาวิณีกล่าวว่า คาดหวังว่าการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ไม่ว่ากรณีใดก็ตามหากเป็นไปโดยเกินสมควรแก่เหตุ เป็นไปโดยไม่สุจริตและทำให้คนอื่นเสียหาย ประชาชนสามารถใช้สิทธิฟ้องต่อศาล และศาลสามารถตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ได้ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่ฉะนั้นเจ้าหน้าที่รัฐจะมีอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีองค์กรใดสามารถตรวจสอบได้เลย

