“พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์” ชิงเสียงนักธุรกิจ ชูพัฒนาการศึกษา-เพิ่มทักษะแรงงาน ลดเหลื่อมล้ำ

13.03.19 | 15:21 น.

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดสัมมนา“การขับเคลื่อน เรื่องที่ประชาชนและเอกชนให้ความสนใจ” ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยดึงตัวแทนจาก 6 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรรประชาธิปัตย์ พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคอนาคตใหม่ มีเปิดนโยบายพรรคซึ่งมีให้ประชาชนและนักธุรกิจสนใจเข้าฟังหลายร้อยคน

โดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เชื่อว่าประเทศไทยถึงเวลาปรับเปลี่ยนแรงงานคนได้แล้ว ต้องตอบโจทย์ให้ตรงจุด ต้องการบุคคลากรอย่างไร แรงงานในกลุ่มต่างๆ ทั้งภาคบริการ และภาคการเกษตร พรรค มุ่งเน้นดำเนินการตามภาคเศรษฐกิจที่กำลังปรับเปลี่ยน เพื่อส่งเสริมไทยให้ไปอยู่ในความยั่งยืน แรงงานที่ขาดมาก คือ ระดับอาชีวะ และสายอาชีพ พรรคแนะว่าต้องพัฒนาอาชีวะให้ตอบโจทย์ตามเป้าหมายของประเทศ หลักสูตรต้องมาทำด้วยกัน ต้องตอบโจทย์ชุดทักษะที่จำเป็น นักศึกษาเข้ามาเรียนแล้วต้องรู้ว่าเรียนจบมาแล้ว จะอยู่ตรงไหน จบมาทำอะไร พรรคฯต้องมีเครือข่าย ภาครัฐต้องสนับสนุนการเข้าถึง คือระบบบอัติโนมัติ ไม่ใช่เรื่อง แต่ไทยต้องนำเทคโนโลยีเข้ามา ถ้าแรงงานของราตอบโจทย์แล้ว คือ ไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีศักยภาพในการแข่งขัน

ในเรื่องของการทำงานในระบบ ทราบกันดีว่ามีปัญหาอุปสรรค ทางพรรคได้มีการส่งเสริม กลไกของรัฐในพื้นที่จังหวัดต่างๆ งบในส่วนการในพื้นที่มาหารือกัน หน่วยงานเอกชนต้องมีส่วนร่วมในการเข้ามาพูดคุยกัน จะเป็นงบบูรณาการแยกออกจากงบส่วนกลาง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พรรคประชารัฐจะเน้นในการดำเนินการ

“หัวข้อสัมมนาในครั้งนี้ สะท้องนถึงความห่วงใย ความหวังในฐานะประชาชน ให้ก้าวหน้าไปได้ แจ่มใส ของจริง และยั่งยืน พรรคเมื่อเรากำหนดนโยบายใหม่ ในเรื่องของการแก้ไขของสังคม วันนี้ประเทศไทย ที่มีเรื่องการเมืองระหว่างประเทศที่มีความกระทบต่อเศรษฐกิจ ในเรื่องของการเกษตรเป็นเกษตรที่ยั่งยืนในระยะที่เกี่ยวข้องในเรื่องของเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การเกษตรที่ยึดโยงกับเศรษฐกิจฐานราก กำลังมองโมเดิร์นเทรด ส่วนในเรื่องของร้านค้าโชวห่วยต้องมีการติดอาวุธให้เขาตั้งแต่การนำเงินทุนเข้าไป มีเงินลงทุนตั้งต้น และปล่อยกู้เข้าไปเพิ่ม เกษตรมีกำลังซื้อ ก็จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ กำลังซื้อก็จะมีออกมา พูดในเรืองของประชารัฐต้องมีการเพิ่มกำลังซื้อ ซึ่งการสร้างแรงขับเคลื่อนเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่อที่พรรคอยากเห็น”

นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ ทางพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าการเข้าถึงระบบการศึกษาและสาธารณะสุขอย่างเท่าเทียม ต้องคำนึงของคนที่จนที่สุด คำนึงถึงผลกระทบของสิ่งแวดลล้อม การจัดสรรที่ดิน การขยายระบบสวัสดิการ การขยายการเข้าถึงการผูกขาด ต้องมีการทำการเมืองที่มีการกระจายอำนาจ และต้องมีการประเมินทุกนโยบายต้องมีการดำเนินผลกระทบ การศึกาาหัวใจสำคัญต้องทำสองอย่าง ต้องมีการกระจายอำนาจ รัฐมีหน้าที่คำนวณทรัพยากร และพัฒนาสมาร์ท โดยดึงเอกชน ภาครัฐ ภาคราชการ ให้มีการเรียนรู้มากขึ้น มีการใช้ระบบสาธารณสุขให้คล่องตัวมากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดจะะต้องระดมทุกฝ่ายเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของชาติให้ชัดเจน

Advertisement

“การหาเสียงที่ผ่านมา มีการเร่งฟื้นเศรษฐกิจ เป็นสิบจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจสร้างชาติ การนำผลิตภาพทางการเงินเข้ามา จุดเปลี่ยนที่สองดูว่าเราจะต้องทำอะไร เทคโนโลยีเอกชนรู้วิธีใช้ การปรับกฎหมาย ที่รัฐบาลมีมากที่สุดก็ดี พรรคจะมีหน่วยงานที่จะสร้างงานเพื่อสร้างโอกาสให้กับภาคเอกชน ต้องมีความรู้รองรับ ต้องคำนึงถึงห่วงโซ่อุปทาน มองว่าอนคตของอุตสาหกรรม ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องมองให้เป็นอุสาหกรรมต่อเนื่อง มองว่าตรงนี้จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ ส่วนในเรื่องของหนี้ครัวเรือน คลังต้องเข้มแข็ง ต้องลดภาษีให้เอสเอ็มอี หรือคนที่มีรายได้น้อย การเมือง หมดเวลาเกรงใจ ”