หน้าแรก การเมือง ‘สมคิด’เดือด‘...

‘สมคิด’เดือด‘หัวหน้าพรรคดีแต่พูด’ วิจารณ์’ บิ๊กตู่’ทำเหลื่อมล้ำ-สืบทอดอำนาจ หวั่นการเมืองถึงทางตัน

13.03.19 | 15:38 น.

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างมอบนโยบายเรื่องการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้วยพลังรัฐวิสาหกิจ ในงานสัมมนาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ (SOE CEO Forum) ครั้งที่ 3 จัดโดยสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)ตอนหนึ่งว่า มีคนบอกว่ารัฐบาลชุดนี้สร้างความเหลื่อมล้ำ ไม่รู้ว่าคนพูดมีสมองหรือเปล่า มีตาไหม คิดแค่ว่าพูดแล้วได้คะแนนเสียง มันน่าอับอายจริงๆ จนป่านฉะนี้แล้ว ความเหลื่อมล้ำเพิ่งมาเกิดเหรอ เอาไปพูดจนเกิดความไขว้เขวว่านายกฯ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี) ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ก็อย่างว่าใกล้เลือกตั้ง ไม่เป็นไร บางทีฟังแล้วเป็นห่วง หนังสือพิมพ์อย่างไปเขียนว่าเป็นห่วงนะเป็นรองนายกฯ ห่วงไม่ได้ แค่เป็นกังวลก็พอ

นายสมคิดกล่าวต่อว่า มีเรื่องเป็นกังวล 3 ข้อ โดย ข้อที่ 1 มีหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคบอกว่าไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ พูดเร็วไปไหม จะบอยคอตอะไรอีก เมื่อก่อนบอยคอตมา 2 รอบเกิดอะไรตามมา คนไทยลืมง่าย ครั้งนี้ไม่ได้บอยคอตเลือกตั้ง แต่บอยคอตนายกฯ แต่บอกว่าพร้อมทำงานกับพรรคการเมืองบางพรรค เราก็รู้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาเพื่อให้มีรัฐบาลผสม และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลบาลของพรรคแกนหลักไม่กี่พรรค แล้วคะแนนขณะนี้เดากันได้อยู่แล้วพรรคไหนได้เท่าไหร่ คงผิดกันไม่มาก

“ถ้าบอกว่าซ้ายไม่เอา ขวาไม่เอา ต้องเป็นผมคนเดียว ฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน นักลงทุนที่พอบวกเลขเป็น บวกมาแล้วก็บอกว่าจะตั้งรัฐบาลยังไง ถ้าตั้งรัฐบาลไม่ได้การเมืองไม่ถึงทางตันเหรอ เพราะฉะนั้นพูดทำไม ไม่ต้องพูด คิดในใจก็พอ ยังไม่ถึงเวลา ไม่ต้องพูดอะไรมากมาย พูดเรื่องนโยบายดีกว่า หรือว่าไม่มีนโยบายที่ให้พูด น่าจะเป็นประการหลังมากกว่า อยากให้ไปคิดนโยบายมา ไม่ได้มีใครอยากมานั่งจองเป็นรัฐบาลตลอดชาติ”นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวต่อว่า ในช่วงที่การเมืองยังมีความไม่แน่นอน เอกชนชะลอลงทุน ต่างประเทศรอดูความแน่นอน อย่างนี้ควรพูดให้น้อยประเทศชาติจะได้ประโยชน์ พูดมากคนพูดอาจไม่ได้ประโยชน์ก็ได้ มีคนไทยกี่คนอยากเห็นการเมืองถึงทางตัน ดีไม่ดีอาจมีการเทคะแนนให้อีกข้างก็ได้ ดีไม่ดี ถึงเวลานั้นต่ำ 100 เมื่อไหร่จะเดือดร้อน

นายสมคิดกล่าวต่อว่า ข้อที่ 2 เป็นกังวล เขาบอกว่าไม่สนับสนุนนายกฯ เพราะสืบทอดอำนาจ การที่คน คนหนึ่งเป็นนายกฯ และเป็นหัวหน้าคสช.ด้วย ถ้าจะไม่เลือกตั้งตอนนี้ก็ได้ แต่เขาก็ยังเดินให้มีโรดแมปไปสู่การเลือกตั้ง จะดีจะชั่วไม่รู้ แต่เขาลงไปสู่การเลือกตั้ง พร้อมเป็นนอมินีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ครม.ยังไม่ตั้งแล้วสืบทอดอำนาจอย่างไร ถ้าบอกสืบทอดอำนาจต้องการทำงานต่อเพื่อช่วยเหลือประเทศ เพื่อทำงานให้บ้านเมืองดีขึ้น แล้วการที่มีพรรคการเมืองบางพรรคต้องการเป็นแล้วเป็นอีก ย้อนกลับไปดูมีผลงานหรือเปล่าไม่รู้ ประชาชนต้องตัดสินใจเอง เคยเห็นผลงานอะไร ไหม แล้วยังต้องการเป็นรัฐบาลให้เลือกเป็นนายก อย่างนี้เขาเรียกสืบอะไร อย่างพูดเยอะเลยพูดให้น้อยดีกว่า

Advertisement

นายสมคิดกล่าวต่อว่า ข้อที่3 มีคนบอกว่าต้องรีบเข้ามาเพราะเศรษฐกิจเสียหายมาก ต้องรีบเข้ามาฟื้นฟู ได้ถามนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ปิดบังอะไรหรือไม่ ให้รีบแจ้งมา เสียหายตรงไหน ธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์) สำนักข่าวบลูมเบิร์กก็ชม ใครๆ ก็ชม มีแต่พวกคุณคอยค่อนขอดตลอดเวลา และรัฐบาลชุดนี้ตามฟื้นฟูหลังจากพวกท่านเข้ามาแล้วก็ไป รอบโน้น 6 ปี ใช่ไหม รอบนี้ 4 ปีใช่ไหม ใครฟื้นฟูใคร เลือกตั้งไม่ว่ากันมาแล้วก็ไป ห่วงอยู่อย่างเดียว ห่วงว่ากว่าจะมีรัฐบาลใหม่จะนานกว่า 2 เดือน ถ้า 3 เดือนจะทำอย่างไร

นายสมคิดกล่าวว่า ถ้าอีก 3 เดือน ขอร้องรัฐวิสาหกิจอย่างไขลานเลย เพราะส่งออกไม่ดี เอกชนยังไม่ลงทุน การเมืองตีกันแบบนี้ พวกท่านคือกำลังที่เหลืออยู่ของรัฐบาลของประเทศไทย ดังนั้น อยากให้เครือปตท.รีบลงทุน แฉลมฉบังมาตาพุดต้องรีบลงทุน การบินไทยอย่าให้งานช้าต้องเร่งเดิน โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ต้องสรุปให้ได้ในวันที่ 19 มีนานาคม อย่าเจรจานานนัก อยากให้การลงทุนรัฐวิสาหกิจเดินหน้า เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ
“นักการเมืองเขาบอกเสียหายมาก อยากบอกว่าไม่ได้เสียหาย ฝากให้รัฐวิสาหกิจดูแล สืบทอดเจตนารมณ์เดินหน้าต่อไปให้เข้มแข็ง นักการเมืองดีก็เยอะไม่ดีก็มาก รัฐวิสาหกิจต้องเป็นเสาหลักของประเทศให้ได้ เพราะประเทศยังมีปัญหาอีกมาก คนจนอีกมาก พวกท่านต้องเป็นเสาหลักของบ้านเมือง ปตท.ห้ามบ่นทำงานให้หนัก ช่วยทำงานเพื่อให้บ้านเมืองเจริญ ผมหวังว่าการเมืองหลังเลือกตั้งการค่อนขอดลดลง จะเห็นทางสว่าง ต่างประเทศก็จะเห็น ถ้าหลังเลือกตั้ง ยังขมุกขมัว อันนี้ต้องช่วยกันต้องประคับประคอง”นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวว่า การทำงานในไทยให้ได้ผลประโยชน์สูงสุดเป็นการทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ไม่เหมือนในต่างประเทศที่เลือกผลประโยชน์สูงสุดให้ประเทศได้แบบไม่มีข้อจำกัด ที่ผ่านมาถือว่ารัฐวิสาหกิจเข้ามาช่วยรัฐบาลในหลายด้าน และทำให้ช่วง 4 ปีเศรษฐกิจไทยสามารถโตจากระดับ0.9% มาอยู่ในระดับนี้ ต่างประเทศชมไทยมาก มีแต่คนไทยที่วิจารณ์ บางทีจะทนไม่ไหวเหมือนกัน แต่ตอนนี้แก่แล้วความโมโหน้อยลง ปล่อยวางให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะอีกไม่กี่ปีก็แก่กันหมด

นายสมคิดกล่าวว่า ในในมิติลดความเหลื่อมล้ำรัฐวิสาหกิจเข้ามาช่วยทั้งในเรื่องบัตรสวัสดิการ บ้านล้านหลัง การดูแลภาระหนี้เกษตรกร สร้างความเข้มแข็งเกษตรกร ดูแลคนชรา พวกเราเริ่มทั้งนั้น เคยเห็นคนอื่นเริ่มไหม ดีแต่พูดใช่ไหม พอในมิติพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน เราเป็นคนเริ่ม รัฐวิสาหกิจเริ่มทั้งในเรื่องอินเตอร์เน็ต สตาร์ทอัพ อีอีซี รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ทำไปเพื่อให้รู้ว่าไทยพัฒนาไปมากแล้ว ทำให้ไทยโดดเด่นมากในขณะนี้ และในปีนี้ไทยเป็นประธานอาเซียต้องเร่งสร้างความโดดเด่น และต้องร่วมกันใช้จุดแข็งของไทยให้เป็นประโยชน์ ในฐานะซีอีโอรัฐวิสาหกิจอยากฝากให้เดินหน้าตามแผนงานต่างๆ ที่วางไว้ ถ้ารัฐมนตรีมาใหม่ไม่รู้เรืองต้องกระตุ้นรัฐมนตรี

“ตอนนี้ผมจะไปแล้วยังมีความกังวลหลายเรื่อง เพราะขณะขับเคลื่อนมา 4 ปี ทำได้ขนาดนี้ แต่อีกสารพัดอย่างยังไม่ทำ เช่น เรื่องบิ๊กดาต้า ทำมาปีกว่ายังไปไม่ถึงไหน อยากให้รัฐวิสาหกิจคุยกันเอง ไม่ต้องรอสคร. เพราะใน 3-4 ปี เอไอมาแน่นอน ถ้ารัฐบาลใหม่เฉยให้หนังสือพิมพ์ช่วยกระทุ้งเลย เพื่อให้งานเดินหน้า”นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวต่อว่า ในรอบ 10 ปี งานรัฐบาลชุดนี้ทำในช่วง 4 ปีถือว่ามาก เพราะช่วงก่อนหนี้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ มีพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่ได้ไปทิศทางเดียวกัน แต่รัฐบาลนี้พอบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจมาเป็นแผงเลย ต้องขอขอบคุณ รัฐวิสาหกิจที่ ซึ่งไทยมีสิ่งท้าทายมาก อยากให้รัฐวิสาหกิจรวมพลังขับเคลื่อนแก้ไข

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน