สุชาติ จี้ มท.ย้ายนายอำเภอท่าตะเกียบ อ้าง ไม่ยอมให้พปชร.ใช้ที่ราชการจัดเวทีปราศรัย

“สุชาติ” จี้ ปลัด มท. สั่งย้าย นายอำเภอท่าตะเกียบ ไม่อนุญาตให้ พปชร.ใช้ที่ราชการปราศรัย หาเสียง

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งได้รับหนังสือลงวันที่ 6 มีนาคม ลงนามโดย นายฉันท์ แป้นเพชร นายอำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่า ไม่อนุญาตในการใช้สถานที่ สนามหน้าที่ว่าการ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อปราศรัยหาเสียง ในวันนี้ (13 มี.ค.) ตามที่ตนได้แจ้งขออนุญาตไปเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าเป็นแนวนโยบายจากที่ประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สั่งการห้ามมิให้ใช้สถานที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ทำให้ตนต้องเปลี่ยนสถานที่ไปเช่าพื้นที่เอกชนในบริเวณข้างเคียงเพื่อปราศรัยหาเสียงแทน

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ตนได้พยายามประสานเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับ นายอำเภอท่าตะเกียบ ทางโทรศัพท์หลายครั้ง โดยยกกรณี พรรคประชาธิปัตย์ ก็สามารถใช้บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา จัดปราศรัยใหญ่ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่กรณีของตนไม่ได้รับการพิจารณาทบทวน ตนจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ให้พิจารณาการทำหน้าที่ของ นายอำเภอท่าตะเกียบ ว่าเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตลอดจนจนเสนอให้ย้ายออกนอกพื้นที่ และตั้งกรรมการสอบสวน เนื่องจากเห็นว่า พื้นที่หน้าที่ว่าการอำเภอเป็นศูนย์กลางของชุมชน และได้ใช้ดำเนินกิจกรรมต่างๆมาตลอด อีกทั้ง นายอำเภอท่าตะเกียบ ยังขาดความรู้ความเข้าใจกระบวนการทางประชาธิปไตย และปิดกั้นไม่ให้เกิดการชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่แท้จริงให้ประชาชนทราบด้วย รวมทั้งละเว้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2561 เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และคำสั่งเลขาธิการ คสช.เมื่อการประชุมวันที่ 11 ก.พ.62 ที่ให้หน่วยงานราชการการสนับสนุนพื้นที่หาเสียงให้แก่ผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมือง

“การกระทำของ นายอำเภอท่าตะเกียบ เข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามามาตรา 157 แล้วยังเข้าข่ายขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนหน้าที่ปวงชนชาวไทยในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 50 (1) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย จึงได้ร้องเรียนไปถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ดำเนินการสอบสวน ทั้งนี้จะเห็นได้ว่ากรณีของผมถือเป็นการสะท้อนสิ่งที่พรรคการเมืองอื่นๆโจมตีว่า คนของพรรคพลังประชารัฐ ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจากหน่วยงานราชการว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” นายสุชาติ ระบุ

บทความก่อนหน้านี้“อนาคตใหม่-เพื่อไทย-ชาติพัฒนา”ปล่อยแผนขับเคลื่อนชาติ ชูหาประโยชน์กับค้าต่างชาติ เพิ่มเที่ยวไทย ดันเกิด5G
บทความถัดไป‘ดาว’ โต้กลับเกรียนคีย์บอร์ด รับไม่ได้ถูกว่าลืมกำพืด ยันไม่ได้แย่งของใคร