หน้าแรก การเมือง ‘วันชัย’ชี้ ‘...

‘วันชัย’ชี้ ‘บทเฉพาะกาล’เป็นหัวใจช่วงเปลี่ยนผ่าน ร่างไม่ดีกลับวังวงเดิม

26.01.16 | 14:39 น.

เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า ในระยะเปลี่ยนผ่านถ่ายโอนอำนาจจากคสช.ไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมือง ประเทศชาติจะเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและประชาธิปไตยจะยั่งยืนหรือไม่ก็อยู่ช่วงนี้แหละ บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าวางกลไกไว้ดี มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและมั่นใจตามแผนการที่วางไว้ บ้านเมืองก็เดินต่อไปได้ แต่ถ้าเป็นกลไกที่วางไว้ไม่ดีก็อาจจะกลับไปสู่วังวนเดิม

นายวันชัยกล่าวว่า จากระยะเวลาที่ผ่านมามีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าถ้าเป็นเผด็จการอยู่อย่างนี้ก็ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ สังคมโลกไม่ยอมรับ ครั้นจะเป็นประชาธิปไตยจ๋าแบบสากล วังวนของความชั่วร้ายก็จะกลับมาแบบเดิม จึงต้องหาความพอดีในระหว่างการถ่ายโอนอำนาจให้เกิดความสมดุล ซึ่งบทเฉพาะกาลจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง ดังนั้นหัวใจสำคัญในเรื่องนี้ก็คือเหตุการณ์ก่อน 22 พฤษภาคม 2557 จะต้องไม่เกิดขึ้นอีกและการแก้ไขปัญหาของประเทศที่ทำมาแล้วและจะต้องทำต่อไปด้วยกลไกของบทเฉพาะกาลต้องทำให้เสร็จสะเด็ดน้ำ

นายมีชัยกล่าวว่า สิ่งที่จะต้องทำในระยะเปลี่ยนผ่านก็คือความมั่นคงใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความสงบเรียบร้อย ด้านความรักความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ ด้านประชาธิปไตย ทั้ง 3 ด้านนี้จะต้องไปด้วยกันอย่างพอดีพอเหมาะในระหว่างการถ่ายโอนอำนาจ ซึ่งในรัฐธรรมนูญหลักจะกำหนดไว้อย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในการใช้จริงปฏิบัติจริงระหว่างถ่ายโอนอำนาจไม่ควรจะเอาบทมาตราในรัฐธรรมนูญมาใช้หมดทั้งกระบิ มิเช่นนั้นจะเกิดการสั่นคลอนของช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออันจะทำให้สะดุดหยุดแผนตามที่วางไว้ทั้งหมดได้ กรธ.จึงต้องออกแบบให้เกิดความพอดีใน 3 ด้านกับสถานการณ์ที่จะมีการเลือกตั้งให้ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญมากกว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่แท้จริงเสียอีก

นายวันชัยกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ถ้าให้มีการเลือกตั้งส.ส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ 500 คน ส.ว.จากกลุ่มอาชีพเลือกไขว้กลุ่มกันตามร่างรัฐธรรมนูญนั้น ประเมินได้เลยว่ายังไม่น่าจะเกิดความมั่นคงของประเทศใน 3 ด้านดังที่กล่าวมา เพราะการขับเคลื่อนเรื่องที่สำคัญๆ ยังไม่เสร็จสะเด็ดน้ำแล้วเป็นอำนาจของคนกลุ่มใหม่ที่เข้ามา ยิ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับคสช.ด้วยก็จะยิ่งไปกันใหญ่อย่างที่เคยเห็นและเป็นมาทั้งสูญเปล่าและเสียของ ก็จะถูกยกขึ้นมาเป็นข้อกล่าวหาอีกเช่นเคย

ดังนั้น จะเป็นไปได้หรือไม่ในระยะเปลี่ยนผ่านที่จะให้ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง 350 คน เอาจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ส.ว.มาจากการสรรหาไม่น้อยกว่า 200 คน ทั้งการเลือกตั้งและการได้มาซึ่งส.ส. ส.ว.ให้เป็นไปตามที่กฎหมายลูกกำหนด ทั้งส.ส. ส.ว.มีอำนาจหน้าที่ร่วมกันขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ประสานการถ่ายโอนอำนาจให้เกิดความพอดี มีอำนาจหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศ ทั้งตรวจสอบและประคับประคองการใช้อำนาจรัฐ

Advertisement

และเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางตามครรลองของประชาธิปไตยที่แท้จริงและมั่นใจแล้วว่าประเทศมั่นคงก็เข้าสู่โหมดของประชาธิปไตยตามเนื้อหาของรัฐธรรมนูญต่อไปได้ แค่นี้แหละ เชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นการถ่ายโอนอำนาจในระยะเปลี่ยนผ่านที่มีทั้งการเลือกตั้งและมีความมั่นคงผสมผสานกันและบ้านเมืองก็จะเดินไปด้วยความสงบเรียบร้อยอย่างเหมาะสม ผมหวังว่ากรธ.คงจะทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นในบทเฉพาะกาลแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน