เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan เป็นรูป พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมข้อความว่า
“เราตั้ง (ส.ว.) มาเอง เราก็ต้องคุมให้ได้สิ”
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
13 มี.ค.62
ก่อนจะเข้าสู่วลีเด็ด ของ พล.อ.ประวิตร รองหัวหน้า คสช.เมื่อวานนี้ ขอท้าวความถึง กระบวนการคัด ส.ว.คร่าวๆ ก่อนนะคะ
การคัดสรร ส.ว.ในครั้งนี้ ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน แต่กลับมีการใช้งบประมาณที่เป็นเงินภาษีอากรของประชาชนไปสูงกว่า 1,300 ล้านบาท เพื่อคัดรายชื่อคนมาจำนวนหนึ่ง เสร็จแล้วจึงส่งรายชื่อคนเหล่านั้น ไปให้ คสช.เลือก จะทำให้เราได้ ส.ว.มาจำนวน 244 คน
เมื่อนำมารวมกับผู้นำทางทหารที่ คสช.ตั้งเองไว้ก่อนแล้วอีก 6 คน ซึ่งจะได้เป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง จะทำให้เราได้ ส.ว.ทั้งสิ้นครบ 250 คน
โดย ส.ว.ทั้ง 244 คน ที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น กระบวนการคัดเลือกแปลกประหลาดที่สุดในโลก จนสื่อแห่งหนึ่งขนานนามว่าเป็น “ส.ว.ชุดเงียบที่สุดในโลก” แม้จะมีพิธีกรรมให้ ส.ว.ส่วนหนึ่งมาจากเลือกตั้งกันเองจากระดับอำเภอ ระดับประเทศ แต่สุดท้าย คสช.คือผู้เลือก โดยไม่มีใครรู้ว่าคัดกันอย่างไร เป็นความลับสุดยอด แม้กระทั่งชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.เป็นใครบ้าง ก็ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งชื่อเดียว
ประชาชนอย่างเรามีสิทธิ์รู้เพียงแค่นี้
และมีหน้าที่จ่ายเงินกว่า 1,300 ล้านบาทในการคัดรายชื่อกลุ่มบุคคล
เพื่อให้ พล.อ.ประวิตรไปเลือกมาเป็น ส.ว.แทนเรา โดย ส.ว.เหล่านี้มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.ไปเลือกนายกรัฐมนตรี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้เสนอตัว เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย
ที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.นี้ ดูเผินๆ มีการกำหนดให้ ส.ส. 500 คน เป็นคนเลือกนายกฯ ซึ่งก็ดูเป็นประชาธิปไตยที่เชื่อมโยงกับประชาชนดี แต่ดูให้ละเอียดแล้วกลับมีบทเฉพาะกาลซ่อนอยู่ ซึ่งตอนออกไปโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ หลายคนอาจยังไม่ทันเห็น
บทเฉพาะกาลระบุว่า ในการเลือกนายกฯ 5 ปีแรกนี้ ให้ ส.ว.ทั้ง 250 คน ที่ คสช.เลือกมาเองทั้งหมดนี้ มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ ร่วมกับ ส.ส. 500 คน รวมเป็นคะแนนเสียงเลือกนายกรวมทั้งสิ้น 750 เสียง ใครได้คะแนนเสียงเกิน 376 เสียงขึ้นไป ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ซึ่งเป็นที่มาที่นักวิชาการหลายท่านวิเคราะห์ว่า ขณะที่แคนดิเดตนายกฯ คนอื่นต้องการคะแนนเสียง 376 เสียง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการเพียง 126 เสียงเท่านั้น!!
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการประเมินกันว่า ประชาชนจะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากกว่า 40 ล้านคน เพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ส. 500 คน
เท่ากับว่าเราต้องการเสียงประชาชน 20 ล้านคน จึงจะมีเสียง ส.ส. 250 เสียง เทียบเท่ากับ ส.ว. 250 คน โดย 244 คน ถูกเลือกมาโดย พล.อ.ประวิตร เพียงคนเดียว กับคณะกรรมการคัดสรรนิรนาม อีกกี่คนก็ไม่มีใครทราบ รวมกับผู้นำเหล่าทัพอีก 6 ท่าน
เปรียบเทียบได้กับ พล.อ.ประวิตรเพียงคนเดียว มีเสียงเท่ากับครึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิทั้งประเทศ คือ 20 ล้านคนเลยค่ะ!!
ทีนี้ลองมาดูในคลิปที่แชร์มาตามลิงค์นี้นะคะ
https://twitter.com/wassanananu…/status/1105694935016136704…
เมื่อนักข่าวถาม พล.อ.ประวิตร ถึงกระบวนการคัดสรร ส.ว. พล.อ.ประวิตรก็ตอบเพียง “ไม่ต้องห่วงๆ”
เมื่อถามถึงความชอบธรรมของ ส.ว.ก็ตอบ “ไม่ต้องห่วงๆ”
เมื่อถามว่า บอกได้มั้ยใครเป็นกรรมการสรรหาบ้าง ก็ตอบว่า “ไม่ได้”
สุดท้ายเมื่อนักข่าวถามว่า จะคุมได้อย่างไร พล.อ.ประวิตร ก็ตบท้ายด้วยประโยคเด็ดคือ
“เราตั้งเอง เราก็ต้องคุมให้ได้สิ”
จากที่เราเคยได้ยิน นักเลือกตั้งคนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐพูดว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” วันนี้เราคงเห็นกันแล้วนะคะ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับ คสช.นี้ เขาดีไซน์กันมาอย่างไร
และเมื่อคนที่ตัดสายสะดือทำคลอด ส.ว.ชุดนี้เองกับมือ ออกมายอมรับว่า “เราตั้งเอง เราต้องคุมให้ได้” ก็ยืนยันแล้วว่า คสช.คณะเดียวมีน้ำหนักในการเลือกนายกรัฐมนตรีเท่ากับประชาชนครึ่งประเทศ..!!
คสช.กระทำการรัฐประหาร ปล้นอำนาจที่มาจากประชาชนไป แล้วสถาปนาตัวเองเป็นชนชั้นปกครอง ควบคุมประเทศมาเกือบ 5 ปี โดยสัญญาว่าจะคืนความสุขให้คนไทย แต่ความสุขที่คืนก็ยังปล้นเสียงเกือบครึ่งหนึ่งของที่ประชาชนมี เอาไปเป็นของตัวเอง ผ่านกติกาที่บิดเบี้ยวเอารัดเอาเปรียบ
นี่ไงคะที่พูดไว้ว่า เราจะทำตามสัญญา เดินตาม Road Map “ปฏิรูปประเทศไทย”
พวกเขาเปลี่ยนวิธีการยึดอำนาจประชาชน จากการทำรัฐประหาร มาเป็นยึดอำนาจประชาชน ผ่านรัฐธรรมนูญลายพรางฉบับ คสช.
หรือว่านายกรัฐมนตรีคนแรก ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ คสช.นี้ ถูกตั้งชื่อไว้ตั้งแต่ก่อนคลอดแล้วว่า “ประยุทธ์ จันทร์โอชา”
ใช่หรือเปล่าคะ ลุงป้อม..??
#กระเป๋าเรายังไม่ตุงแต่ในกระเป๋าลุงมี_สว_250_เสียงตุงไปแล้ว


