“เรืองไกร” ยื่น กกต.แย้งความเห็นผู้ตรวจฯ ยกคดีที่ศาลรธน.เคยวินิจฉัยอำนาจ”บิ๊กตู่”

“เรืองไกร” ยื่น กกต.แย้งความเห็นผู้ตรวจฯ ยกคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัย”บิ๊กตู่” มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์แค่ช่วงยึดอำนาจใหม่ๆ หลังมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว การใช้อำนาจต้องรายงานสภา

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อคัดค้านการนำคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินมาประกอบการพิจารณากรณีตนเคยมายื่นร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่

โดยนายเรืองไกร กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ใช่ผู้ตีความกฎหมาย จึงจะวินิจฉัยกรณีดังกล่าวไม่ได้ ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตีความ โดยตนมีหลักฐานคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 กรณีนายรังสิมันต์ โรม ขัดคำสั่งคณะมนตรีคสามมั่นคงแห่งชาติ(คสช.) โดยไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือ ที่นายรังสิมันโต้แย้งว่า คำสั่งของ คมช.ขัดแย้งรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลได้วินิจฉัยว่า คำสั่งของ คสม.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หลังจากที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งกรณีนี้เป็นข้อพิสูจน์ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจไม่ได้นำมาประกอบการพิจารณา ในความเห็นของตน พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ เพียงแต่ 2 เดือน คือ 22 พฤษภาคม 2557 ถึง 22 กรกฎาคม 2557 เท่านั้น เพราะมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาบังคับใช้ และให้อำนาจพล.อ.ประยุทธ์ในการใช้มาตรา 44 โดยต้องรายงานประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ซึ่งในประเด็นนี้จะโต้แย้งคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

นายเรืองไกร กล่าวว่า การที่ผู้ตรวจฯนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/43 ที่วินิจฉัยเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ไม่สามารถลงสมัคร ส.ว.ได้มาวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เข้าลักษณะ 4 ประการการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามคำวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเอามาเฉพาะบางส่วนเท่านั้น ข้อเท็จจริงได้มีการวินิจฉัยถึงบางตำแหน่งที่ยังไม่ได้มีการกำหนดเอาไว้ตามกฎหมายว่าเข้าข่ายว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เรื่องนี้ตนไม่อยากแย้งผู้ตรวจฯ เพราะผู้ตรวจฯ ไม่มีอำนาจที่จะวินิจฉัยเรื่องนี้ แต่ค้านที่ กกต.จะนำคำวินิจฉัยของผู้ตรวจฯมาวินิจฉัยประเด็นที่ตนยื่น

นอกจากนี้ ก็ยังมีคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ไม่ได้ไปรายงานตัวตามคำสั่งหัวหน้า คสช. แล้วนายสมบัติแย้งว่า ตนเองไม่ต้องไปรายงานตัว เพราะ คสช.ไม่ใช่เจ้าพนักงานของรัฐนั้น ศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่าหัวหน้า คสช.เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ดังนั้น ตนจึงนำคำพิพากษาของศาลมาให้ กกต.พิจารณา

บทความก่อนหน้านี้“โกวิทย์ ธารณา” ตอกกลับ “อภิสิทธิ์”อย่าโยงมั่ว หลังถูกชูป้ายไล่ที่บางแค
บทความถัดไป‘ชาติไทยพัฒนา’ชูนโยบายสธ.4 ข้อสร้างสุขภาพเชิงป้องกัน “ตรวจฟรี-เพิ่มเงินอสม.-คลีนิคหมอครอบครัว’