‘บิ๊กตู่’ยืนยันกับรัสเซีย เดินหน้าแก้ปัญหาชาติ มุ่งสู่ประชาธิปไตย-ลดความขัดแย้ง

18.05.16 | 17:56 น.

“บิ๊กตู่” ยืนยันกับรัสเซีย เดินหน้าแก้ปัญหาประทศ มุ่งสู่ประชาธิปไตย และลดความขัดแย้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) วันที่ 18 พฤษภาคม ที่สหพันธรัฐรัสเซีย นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางถึงสุสานทหารนิรนาม เพื่อเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา และตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ที่ฝ่ายรัสเซียจัดให้ ซึ่งพิธีดังกล่าวจะมีเฉพาะในการเยือนแบบ state visit เท่านั้น จากนั้นนายกรัฐมนตรีและภริยาลงนามในสมุดเยี่ยม โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณผู้อำนวยการสุสานในการต้อนรับ และชื่นชมถึงการเสียสละเพื่อปกป้องประเทศ และในความเข้มแข็งของรัสเซีย โดยผู้อำนวยการสุสานได้มอบของที่ระลึกและพาชมของจากทั่วทุกมุมในรัสเซียที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของสุสาน ก่อนจะเดินทางกลับโรงแรมที่พัก

จากนั้นในเวลา 10.30 น. ที่ห้อง Mountferrand Grand โรงแรมที่พัก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thai-Russia Business Dialogue โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจรัสเซียที่เห็นความสำคัญและมาเข้าร่วมงานในวันนี้ สำหรับการเดินทางมารัสเซียในครั้งนี้นับเป็นการนำคณะรัฐมนตรีร่วมคณะมาเยือนต่างประเทศจำนวนมากที่สุด รวมถึงคณะภาคเอกชนชั้นนำจากประเทศไทย ทั้งนี้ในปี 2560 จะเป็นปีที่ครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และความเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกันมายาวนาน ทั้งด้านสังคม การเมืองและความมั่นคง และเศรษฐกิจ ในด้านสังคม ทั้งสองประเทศมีการไปมาหาสู่กันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่ถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มสำคัญ โดย 3 เดือนแรกของปี 2559 นักท่องเที่ยวรัสเซียอยู่ในลำดับที่ 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามายังประเทศไทยมากที่สุด

ด้านการเมือง นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัสเซียที่เป็นมิตรประเทศที่เข้าใจและให้การสนับสนุนไทย ทั้งในระดับทวิภาคีและในเวทีนานาชาติมาโดยตลอด รวมถึงความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงที่รัสเซียให้การสนับสนุนไทยมาโดยตลอดเช่นกัน ในด้านการค้านั้น รัฐบาลเห็นว่า ไทยและรัสเซียควรเร่งกระชับความร่วมมือ โดยมูลค่าการค้าระหว่างประเทศในปี 2558 มีมูลค่าเพียง 2,356 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสามารถที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ได้ 5 เท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ส่วนด้านการลงทุน นายกรัฐมนตรีเห็นว่างาน Thai-Russian Business Dialogue เป็นโอกาสอันดีสำหรับภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายที่จะได้หารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และนำไปสู่การขยายความร่วมมือต่อไป

“รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาประเทศว่า ได้พยายามลดความขัดแย้งให้มากที่สุดในทุกประเด็น และสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย อาเซียน และมิตรประเทศ โดยไทยกำลังเดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ การมีธรรมาภิบาล และการมุ่งพัฒนาประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

Advertisement

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจ ในปี 2558 ที่ผ่านมาไทยได้รับผลกระทบจากภาวะซบเซาของเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก แต่จีดีพีประเทศยังเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2559 คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 3-3.5 โดยในระยะสั้นจะมาจากการบริโภคในประเทศ การท่องเที่ยว และการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานซึ่งจะใช้เงินลงทุนรวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาท ในระยะ 8 ปีข้างหน้า และในระยะยาว ที่รัฐบาลมุ่งมั่นปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายยกระดับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจให้มีคุณภาพและยั่งยืน สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ซึ่งประเทศไทยกำลังปรับเปลี่ยนไปสู่เป้าหมาย ประเทศไทย 4.0 หรือ Thailand 4.0 โดยเริ่มต้นจากการเกษตร นอกจากนี้ไทยยังให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือในทุกมิติ รวมทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน กับ 5 กลุ่มประเทศ ได้แก่ กลุ่มประเทศตะวันตก กลุ่มประเทศยุโรป กลุ่มประเทศเอเชีย กลุ่มประเทศมุสลิม และกลุ่มประเทศหมู่เกาะ

“ประเทศไทยยินดีที่จะให้ประโยชน์ด้านต่างๆ หากเข้าไปลงทุน เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 8 ปี และยังอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้ส่งเสริมการลงทุน และช่วยอำนวยความสะดวกในการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้บริหาร วิศวกรต่างชาติที่จะทำงานในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกในการลงทุนเป็นอย่างมาก ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการเพื่อยกระดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ เพื่อปรับปรุงขั้นตอนในการทำธุรกิจให้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบและบริการ รวมทั้งการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการให้บริการมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมุ่งหวังที่จะขึ้นการจัดอันดับ Ease of Doing Business ของประเทศไทยโดยการสำรวจของธนาคารโลก (World Bank) ให้ดีขึ้นจากปัจจุบัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

58

57