‘จาตุรนต์’ ขึ้นเวทีปราศรัยบ้านเกิด ปลุกคนแปดริ้วสั่งสอนบางพรรค ‘เงินซื้อไม่ได้’

นายจาตุรนต์ ฉายแสง นำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย เดินทางมาปราศรัยใหญ่ยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ขนแกนนำกลุ่มทั้ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ,น.พ.เหวง โตจิราการ,นายนิคม ไวยรัชพานิช และอีกหลายคน มาร่วมปราศรัย รณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เลือกพรรคฝั่งประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง,นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ,น.พ.เหวง โตจิราการ,นายนิคม ไวยรัชพานิช,นายประภัสร์ จงสงวน และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ เดินทางมายังจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อปราศรัยเปิดเวทีใหญ่ รณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ โดยมี 2 พี่น้องตระกูลฉายแสง อย่างนางฐิติมา ฉายแสง และนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง พากลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย เดินทักทายพี่น้องประชาชนยังตลาดสดโสธร บรรยากาศก็เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนยืนรอมอบดอกไม้และขอถ่ายรูปกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยกันอย่างคึกคัก

จากนั้นกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางไปปราศรัยใหญ่ บริเวณศาลาจตุรมุข หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีแกนนำกลุ่มสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน ขึ้นปราศรัยรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เลือกฝั่งพรรคประชาธิปไตย ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือการขึ้นปราศรัยของนายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่มีประชาชนกว่า 4,000 คน รอคล้องพวงมาลัยมอบดอกไม้ให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก ซึ่งวันดังกล่าว นายอนันต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีต ส.ส ฉะเชิงเทรา หลายสมัย บิดาของนายจาตุรนต์ ฉายแสง มานั่งรับฟังการปราศรัยในครั้งนี้ด้วย


นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปราศรัยว่า มีคนแปดริ้ว ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเล่าให้ฟังว่า พรรคที่สนับสนุนทหารแจกเงินประชาชนจำนวนมาก เวลามาปราศรัยก็มีคนมาฟังเยอะ พี่น้องหลายๆ จังหวัด ตนเชื่อว่าเป็นเหมือนกัน คือ เวลาใครเอาเงินมาให้ก็รับไว้ แต่เวลาเลือกตั้งจะกาพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ผู้สมัครบางคนหาเสียงเลยต้องหาเสียงโดยไม่บอกพรรค แต่ให้เลือกที่ตัวบุคคล เพราะตัวเองไปอยู่พรรคทหาร แต่สำหรับจังหวัดฉะเชิงเทรา ตนรู้ดีว่าพรรคฝ่ายเผด็จการถ้าคิดจะใช้อำนาจและเอาเงินมาให้ จะต้องได้รับการสั่งสอนจากชาวแปดริ้ว ดังนั้นหากใครจะมาแจกเงินก็รับให้หมด แต่สุดท้ายแล้ว ชาวแปดริ้วก็จะเลือกที่พรรค ว่าใครเป็นพรรคประชาธิปไตย หรือพรรคฝ่ายเผด็จการ 5 ปีที่ผ่านประชาชนเดือดร้อน บริหารโดย คสช. และหากให้บริหารต่อ คสช. ก็จะบริหารต่อไปอีก 20 ปี แถมกติกาในรัฐธรรมนูญก็ไม่เป็นธรรมชาวแปดริ้วทั้งจังหวัดเลือก ส.ส. ได้ 4 คน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวเลือก ส.ว. ได้ถึง 250 คน และมีสิทธิ์มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้นการไม่ไปลงคะแนนบ้าง แบ่งคะแนนไปให้คนโน้นคนนี้บ้าง ก็จะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่ต้องลงคะแนนเสียงกันอย่างทล่มทลาย เหมือนกับอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการพิสูจน์อีกครั้ง ว่าชาวฉะเชิงเทราและประชาชนทั่วประเทศ จะไม่เอาเผด็จการที่หวังสืบทอดอำนาจ เงินซื้อไม่ได้ และจะเลือกฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ปราศัยแบบติดตลกว่า พรรคนี้คงจะเป็นพรรคเดียวในประวัติศาสตร์ไทย และประวัติศาสตร์โลก ที่ปราศรัยให้ประชาชน อย่าเลือกเด็ดขาด เพราะถ้าเลือกจะกลายเป็นบัตรเสีย “เชียร์พรรค ทษช ไหม….อย่าเลือก /เชียร์จาตุรนต์ไหม.. อย่าเลือก /เชียร์ณัฐวุฒิไหม…อย่าเลือก” ซึ่งก็สร้างความเฮฮา เสียงปรบมือเป็นอย่างมาก ส่วนสาระประเด็นปราศรัยที่สำคัญ ได้ปราศรัยว่า ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาตนไม่ได้มาพูดคุยกับประชาชน เพราะมีทหารเข้ามารัฐประหารยึดอำนาจ ห้ามชุมนุมทางการเมือง ห้ามชูสามนิ้ว หรือบางคนแค่กินแซนวิชก็โดนจับ

แต่วันนี้ได้มีโอกาสเข้ามากลับมาพูดคุยกับประชาชนแล้ว จึงอยากจะมาบอกให้ประชาชนฟังถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าไม่ใช่แค่การเลือกผู้แทนเขต หรือพรรครัฐบาล แต่เป็นการเลือกอนาคตของประเทศ ถ้าเลือกการสืบทอดอำนาจก็จะยาวไปอีก 20 ปีตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่ผ่านมา ถ้าประชาชนอยู่ดีกินดี ค้าขายคล่อง เวทีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมี แต่ 5 ปีที่ผ่านมาพืชผลการเกษตรราคาตกทุกตัว การเลือกตั้งคราวนี้คือการทำให้ประเทศไปสู่หลักการที่ถูกต้อง มีรัฐบาลที่ฟังเสียงจากประชาชนมาแก้ปัญหาให้ประชาชน รัฐบาลปัจจุบันไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่มี ส.ส. ในพื้นที่ มีแต่ สนช. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เลือกมา ผู้ที่จะไปออกกฎหมายต้องมาจากตัวแทนประชาชน เลือกตั้งครั้งนี้ตนจะไม่กาคะแนนให้เผด็จการ แต่จะเลือกฝั่งประชาธิปไตย รัฐบาลชุดนี้พอใกล้เลือกตั้งก็ประกาศจะแก้ปัญหาโน่นนี่แต่ตนตั้งคำถามว่า แล้วที่มา 4-5 ปีที่ผ่านมาทำไมไม่แก้ปัญหา และการสร้างรากฐานประชาธิปไตยก็ไม่ได้สร้างมาจากรอยล้อรถถัง ที่ผ่านมานักการเมืองหลายคนร่วมฝ่าฟันมาพร้อมกันกับตน แต่ก็ย้ายไปอยู่กับฝ่ายเผด็จการ แต่หลายคนก็ยังยืนยันที่จะสู้ด้วยกันต่อไป และถือเป็นการวัดใจนักการเมืองและวัดใจประชาชน

บทความก่อนหน้านี้‘เฉลิม’ โวโพลล์ชัดพท.ได้ 200 เสียง หวั่นไม่ได้เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ กลัวเหงา ไม่มีดาวสภา
บทความถัดไปประธานบอร์ดทอท.ยึดกำหนดเดิมประมูลดิวตี้ฟรี แจงไม่เข้าข่ายกฏหมายร่วมทุน