‘เพื่อไทย’ ผุดแคมเปญ ‘พอแล้ว! นักการเมืองดัดจริต ต่อชีวิตเผด็จการ’ – ชูนโยบาย ‘หวยบำเหน็จ’

17.03.19 | 15:45 น.

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรค พท. นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรค พท. แถลงนโยบายอาทิตย์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยได้มีการเปลี่ยนแคมเปญหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายเป็น “พอแล้ว! นักการเมืองดัดจริต ต่อชีวิตเผด็จการ” รวมถึงติดป้ายหาเสียงเพิ่มเติม และเปลี่ยนแบ๊กดอร์ปห้องแถลงข่าวเป็นชุดข้อความแคมเปญล่าสุดด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า 7 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยเรามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญ อยู่บนความคาดหวังของประชาชนมากกว่าทุกครั้ง นอกจากนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งเพราะมีกติกาที่ไม่เหมือนกติกาสากล เป็นกติกาที่สร้างขึ้นมาเพื่อเอื้ออำนวยการสืบทอดอำนาจของ คสช. ดังนั้น วันนี้พรรค พท. จึงจะบอกประชาชนว่า เหลือเวลา 7 วันสุดท้าย ของให้ประชาชนพิจารณา และไปเลือกตั้งครั้งนี้แบบมียุทธศาตร์ เพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้เลือกโดยรักใครชอบใคร เพราะสุดท้าย พรรคที่ท่านชอบ หรือคนที่ท่านชอบแม้ชนะแต่อาจจะไม่ได้ตัดตั้งรัฐบาล ประชาชนต้องรู้จุดยืนของแต่ละพรรคว่าเป็นอย่างไร ไม่สืบทอด หรือสืบทอดอำนาจของ คสช. ต้องเลือกพรรค พท.เท่านั้น และต้องเลือกอย่างถล่มทลาย เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ได้เดินหน้า มีแต่ถอยหลัง รัฐบาลพยายามบอกว่าบ้านเมืองสงบ แต่เป็นความสงบที่ไม่มีคุณภาพ ประชาชนลำบาก และเศรษฐกิจแย่ ทั้งที่ก่อนการรัฐประหารเศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ในลำดับ 4 ของอาเซียน ลำดับคอร์รัปชั่นของไทยในช่วงที่ไม่มีนักการเมืองตกไปอยู่ที่ลำดับ 99 จากที่เคยอยู่ลำดับที่ 85 ทั้งที่ 5 ปีที่ผ่านมา ล้มเหลวมาก แต่กลับมีนักการเมืองของบางพรรคการเมืองที่คิดต่อท่ออำนาจเผด็จการ การเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียง 2 ทางเลือก คือ กลุ่มพรรคที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ หนุนการสืบทอดอำนาจ กับกลุ่มพรรคที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และการสืบทอดอำนาจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีกุล่มพรรคที่ยังมีจุดยืนที่ไม่ชัดเจน กล้าพูดว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่กล้าพูดว่าจะไม่เอาพรรคที่ไม่สืบทอดอำนาจ แล้วสุดท้ายหลังการเลือกตั้งก็จะมีคำพูดที่เหตุผลหล่อๆ ที่จะไปร่วมกับพรรคสืบทอดอำนาจ นี่คือยุทธศาสตร์แรกที่เราเสนอให้ประชาชนตัดสินใจเลือก

ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ กติกาที่ไม่เหมือนเดิม คสช. กำลังเข้ามายึดอำนาจจากประระชาชนผ่านรัฐธรรมนูญลายพราง ให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาสืบทอดอำนาจได้อีกครั้ง เป็นกติกาที่ประชาชนเสียเปรียบ ไม่ได้ทำตามความต้องการของประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะมี ส.ว. 250 คนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งพล.อ.ประวิตรขึ้นมาเลือก ใช้เงินภาษีของประชาชนไปคัดสรรมา ประชาชนต้องรู้ว่าหากออกไปเลือกตั้งน้อย จะทำให้เสียงของประชาชนถูกบิดเบือนด้วย ส.ว. 250 คน ถ้าประชาชนไม่อยากยอมแพ้ให้เผด็จการ ไม่อยากใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวัง มีทางเดียวคือเราต้องหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยการไปเลือกพรรค พท.เท่านั้น อย่างถล่มทลาย

“พรรค พท.เรามั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้ง เป็นที่ 1 ของประเทศ ประชาชนต้องต้องทำให้พรรค พท.มีเสียงที่มาพอจนสามารถเข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อผ่ากฎหมายลายพรางนี้” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

เมื่อถามถึงรายละเอียดของนโยบาย “หวยบำเหน็จ” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เอาความชอบของประชาชนส่วนใหญ่มาปรับ โดยการชวนประชาชนให้มาออมเงินโดยการซื้อหวยทุกเดือน แล้วเงินไม่หายไปไหน ได้รับรางวัลคล้ายลอตเตอรี่ คือมีรางวัล 2 ตัว 3 ตัว จำหน่ายเป็นหน่วย หน่วยละ 50 บาท จะซื้อมากหรือซื้อน้อยก็ได้ แต่เงินไม่หายไปไหน เป็นความเต็มใจนำเงินมาออม เงินจากการซื้อหวย สมมุติจำนวนแสนล้านบาท เงินก็ไม่หายไปไหน แต่จะกลายเป็นเงินออมของประชาชน มีดอกเบี้ย และเงินปันผลให้ อายุ 20 ปี เริ่มซื้อ ก็ซื้อไปจนถึงอายุ 60 ปี โดยผู้ซื้อต้องมีบัญชีซื้อหวย แต่ต่างกันที่หวยบำเหน็จสามารถเลือกซื้อเลขได้ ซึ่งหากเสียชีวิตก่อนเกษียณเงินก็จะตกเป็นของลูกหลาน

Advertisement

โดยนายชูศักดิ์อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกองสลากเป็นคนจ่ายเงินให้เรา อีกประเภทคือมือธนาคารออมสิน ที่ออกมาในรูปแบบสลากออมสิน แต่หากบำเหน็จที่เราคิดต่างจากตรงนี้ คือซื้อเหมือนหวยปกติ แต่เงินไม่หายไป ถ้าถูกรับเงินที่ถูกไป แต่ถ้าไม่ถูก เอาเงินที่ซื้อหวยไปเข้ากองทุนเพื่อออมไว้ แล้วเบิกได้เมื่อเกษียณอายุ ทั้งนี้ คงต้องมีการตราเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วนธนาคารออมสินว่าด้วยสลากบำเหน็จ และปรับกองทุนการออมแห่งชาติ ให้มีกองทุนประเภทหนึ่งขึ้นมาเพื่อรองรับตรงส่วนนี้ เราคิดมารอบคอบแล้วว่าทำได้ และทำได้แน่