หน้าแรก การเมือง จากพี่ถึงน้อง...

จากพี่ถึงน้อง “บิ๊กบัง” สอน “บิ๊กตู่” เป็นนักการเมืองต้องหนักแน่น ในสภาโหดกว่านี้เยอะ

18.03.19 | 13:10 น.

จากพี่ถึงน้อง “บิ๊กบัง” สอน “บิ๊กตู่” เป็นนักการเมืองต้องหนักแน่น ในสภาโหดกว่านี้เยอะ สั่งขวาหัน – ซ้ายหันไม่ได้แล้ว

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า เป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ ถือเป็นแนวทางเพียงแต่ประเด็นชี้เป้าไปที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ซึ่งมีคุณลักษณะเฉพาะ มีทั้งชอบและไม่ชอบบ้าง จะเห็นว่า การเมืองบ้านเรามีสองขั้วแบ่งกันค่อนข้างชัดเจน ถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่แท้จริง คิดเหมือนกันไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้นคิดต่างกันก็เป็นธรรมดา แต่สำคัญ เมื่อมีผู้ปกครองมาปกครองแล้วประชาชนจะทะเลาะกันไม่ได้ หากเข้าสภามาแล้วยังแบ่งเป็นสองขั้วอีกตนก็เป็นห่วง ชทพ.ถึงได้บอกว่า คำว่า ก้าวข้ามความขัดแย้งเป็นปรัชญาในการปกครองประเทศของไทยเรา ส่วนเสียงวิจารณ์เรื่องคสช.รัฐประหารมาแล้ว แต่ต้องการสืบทอดอำนาจนั้น ประชาชนจะต้องพิจารณาว่า จะสืบทอดจริงหรือไม่ เพราะประชาชนต้องใช้วิจารณญาณของตัวเองว่าชอบแบบไหน แล้วเอาไหนจริงหรือไม่จริง

เมื่อถามว่า ในฐานะรุ่นพี่อยากฝากอะไรถึง พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า “วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีแนวความคิดเข้ามาบริหารประเทศด้วยความจริงใจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่กระแสการเมืองบ้านเรานั้น บอกว่าทำดีบางทีก็บอกไม่ดี ถือเป็นเรื่องวาทกรรมทางการเมือง ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์เองต้องมีความหนักแน่นให้มากที่สุด เมื่อจะเข้ามาอยู่การเมืองก็ต้องมีการเตรียมตัวที่จะเผชิญ ที่ผ่านมา 5 ปียังไม่ได้เจอสิ่งที่หนักๆ ถ้าเกิดเข้าไปอยู่ในสภาได้ก็ต้องเตรียมรับสิ่งที่หนักกว่านี้ จึงอยากจะฝากบอกไว้ว่าต้องหนักแน่นมากขึ้น”

เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่เคยเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่แล้วพัฒนามาเป็นนักการเมือง อยากแนะนำอะไร พล.อ.ประยุทธ์อย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า “อย่างที่ผมบอกแล้วว่าทหารสั่งลูกน้องได้หมด บอกขวาหันก็ขวาหัน แต่ว่าการเมืองมันไม่ใช่ การเมืองจะต้องมีเหตุมีผล ดังนั้น จึงมีบทสรุปของมันในเฉพาะเรื่อง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเผชิญสิ่งเหล่านี้ก็ต้องว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรคือประโยชน์ของชาติมากที่สุด ตรงนี้เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องคิด”

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสอบผ่านหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องเตรียมตัวว่าจะต้องรับอะไร ถ้าไม่เตรียมตัวจะเหนื่อย ที่ผ่านมา 5 ปีคิดว่าเสียของหรือไม่นั้น เราอย่าไปคิดว่าเสีย ทุกอย่างไม่มีอะไรเสีย เพียงแต่เป็นวาทกรรม เพราะทุกอย่างที่ผ่านมาดีไปตามขั้นตอน ทุกอย่างไม่ว่าใครจะทำอะไร ย่อมมีวิกฤติในเวลานั้นที่เกิดขึ้นมา ดังนั้น ทุกคนต้องแก้วิกฤติในเวลานั้นให้ผ่านไป เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ขอเรียนว่าก็มีข้อดีอยู่หลายเรื่อง แต่ถ้ามองข้อเสียมันก็เสียวันยันค่ำ แต่เอาข้อดีมาพูดดีกว่าว่าท่านทำอะไรบ้าง โดยภาพรวมอยากให้พวกเรามองแต่สิ่งดีๆ พูดแต่สิ่งที่ดีกัน แล้วบ้านเมืองเราจะไปได้

Advertisement

เมื่อถามถึงกรณีขณะนี้ฝ่ายการเมืองโจมตี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จนถูกมองว่ากองทัพเป็นคู่ขัดแย้งกับฝ่ายการเมือง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า วันหนึ่งหากพรรคการเมืองใดก็ตามขึ้นมาเป็นรัฐบาล วันนั้นเขาต้องมีความรักความผูกพันกับกองทัพอยู่แล้ว เพราะกองทัพเป็นเครื่องมือของรัฐบาล วันนี้เป็นช่วงเวลาหาเสียงเท่านั้น

เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่บางพรรคการเมืองเสนอให้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร และให้ตัดงบกองทัพด้วย พล.อ.สนธิ กล่าวว่า “ไม่มีโลกไหน ไม่มีประเทศไหนที่เขาลด แต่เมื่อเขาได้มาเป็นรัฐบาลแล้ว เขาย่อมต้องดูแล อาจจะให้งบประมาณเกินค่าจีดีพี หรือมากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีด้วยซ้ำไป”

เมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลถูกวิจารณ์เรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ตรวจราชการจังหวัด จนถูกมองว่าใช้งบหลวงหาเสียง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เชื่อว่า กกต.คงตรวจสอบและดูอยู่ หากทำอะไรที่เกินเลยก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำ แต่เชื่อว่าที่ปรึกษาของนายกฯคงให้คำแนะนำในสิ่งที่เหมาะควรแล้ว และประชาชนเข้าใจและมองเห็นว่าอะไรถูกหรือผิด ดังนั้น วันนี้ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนแล้ว เวลา 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ทำอะไรที่เหมาะสมมากน้อยแค่ไหน ประชาชนคงเห็นแล้ว