หน้าแรก การเมือง กกต.นำสื่อดูศ...

กกต.นำสื่อดูศูนย์คัดแยกบัตรเลือกตั้ง โชว์มาตรฐานคัดแยก สั่งตรวจโซเชียล ขู่ฟ้องถ้าเจอใส่ร้าย

18.03.19 | 18:12 น.

กกต.นำสื่อดูศูนย์คัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า โชว์มาตรฐานคัดแยก-ส่งบัตร พร้อมส่งหนังสือถึง พรรคการเมืองให้ส่งผู้แทนร่วมติดตามได้ ยันไม่พิมพ์ลายนิ้วมือต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ไม่ผิดกฎหมาย ชี้ใช้เฉพาะผู้ทุพพลภาพ-ผู้สูงอายุ พร้อมสั่งฝ่ายกฎหมายตรวจโซเซียลใส่ร้ายดิสเครดิตกกต. ระบุ ถ้าเจอดำเนินคดี


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 มีนาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ส. 2562 ที่ลงคะแนนแล้ว ไปรษณีย์ หลักสี่ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยกรรมการการเลือกตั้งอีก 6 คน ได้นำสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์การคัดแยกบัตรลงคะแนนล่วงหน้าเพื่อจัดส่งด้วยรถขนส่งไปรษณีย์ไปยัง 350 เขตเลือกตั้งปลายทาง โดยมีนางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทยจำกัด (ปณท.) และนายมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการนครหลวง ปณท. อธิบายขั้นตอนการคัดแยกบัตรด้วยเครื่องคัดแยกอัตโนมัติ (OCR) และยังถูกตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำซ้ำอีก 2 ครั้งจากเจ้าหน้าที่ของ บ.ไปรษณีย์ไทย ซึ่งผลัดเวรกัน 3 ชุด ทำหน้าที่คัดแยกบัตรตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดส่งบัตรเลือกตั้งไปยังเขตเลือกตั้งปลายทางก่อนวันที่ ‪24 มนาคม นี้ สำหรับพื้นที่ชั้นในถูกกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุม ผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานซึ่งจะเข้าถึงซองบรรจุบัตรเลือกตั้งจะต้องมีบัตรผ่านและถูกตรวจสอบด้วยระบบยืนยันตัวตนอย่างรัดกุม‬

นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการกกต. กล่าวถึงการเลือกตั้งนอกเขต ขณะนี้มาครบเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเพียงแค่เกาะสมุยที่จะส่งมาถึงวันที่ 19 มีนาคม ส่วนบัตรนอกราชอาณาจักรเหลือเพียงพัตรที่ลงระบบไปรษณีย์ ซึ่งจะมาถึงไม่เกินวันที่ ‪22 มีนาคม โดยเมื่อมาถึงแล้วไปรษณีย์จะทำการคัดแยก และจะเริ่มขนส่งบัตรไปยัง ‬350 เขต ซึ่งเลขาธิการกกต.จะมีหนังสือไปยังทุกพรรคการเมือง ว่าหากพรรคไหนจะส่งตัวแทนมาสังเกตการณ์การคัดแยกและการส่งบัตรสามารถแจ้งชื่อผู้แทนและมาร่วมสังเกตการณ์ผ่านโทรทัศน์วงจรปิดที่สำนักงานไปรษณีย์หลักสี่ได้ และสามารถขับรถตามรถขนส่งบัตรไปตามสถานที่ต่างๆได้ เพราะจะมีตำรวจและระบบจีพีอาร์เอสดูความเคลื่อนไหวไม่ให้ออกนอกเส้นทาง

นายณัฏฐ์ กล่าวถึงกรณีการใช้สิทธิครั้งนี้ ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้วบัตรว่า เพราะตามกฎหมายจะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเซ็นชื่อที่ต้นขั้วบัตร เว้นแต่พิการ เขียนหนังสือไม่เป็นจึงจะให้พิมพ์ลายนิ้วมือ แต่กรณีออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา กกต.ขณะนั้นใช้เรื่องการพิมพ์ลายนิ้วมือเป็นกิมมิกหรือจุดขายเพื่อเชิญคนออกมาออกเสียงประชามติ โดยต้นขั้วบัตรที่มีลายนิ้วมือหรือลายเซ็นจะถูกส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบกรณีที่มีปัญหา แต่ปกติในการเลือกตั้งการให้เซ็นที่ต้นขั้วอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาการยืนยันตัวตนการมาใช้สิทธิ เพราะการเซ็นชื่อสามารถตรวจสอบได้เช่นเดียวกับลายนิ้วมือ

Advertisement

นายณัฏฐ์ กล่าวถึงกระแสตำหนิกกต.เรื่องเจ้าหน้าที่แจกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าผิดเขตให้กับผู้มาใช้สิทธิว่า ตนยังยืนยันว่าเราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน การจะบอกว่ากรรมการประจำหน่วยบังคับว่ารับบัตรผิดก็ให้ลงคะแนนไปเถอะนั้น เห็นว่าเจ้าของสิทธิต้องรักษาสิทธิของตนเอง ณ ขณะนั้นในเชิงระบบ ไม่มีใครจะมาบังคับได้นอกจากเราสมยอม และเมื่อกาบัตรและหย่อนลงหีบแล้วจะให้ไปเปิดหีบในเชิงระบบเราต้องปล่อยให้เดินต่อไป จะให้เปิดหีบออกมาไม่ได้ เพราะไม่รู้ซองไหนผิด ถ้าจะเปิดต้องเป็นเหตุจำเป็นจริงๆในระหว่างการลงคะแนน การที่มีคนพูดว่าให้เอาเหตุการณ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียและการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 17 มีนาคม มาเป็นบทเรียนการเลือกตั้งวันที่ ‪24 มีนาคมนั้น มันเป็นหนังคนละเรื่องกัน เพราะวันที่ 24มีนาคมจะไม่มีบัตรของเขตอื่น‬

“คนที่ออกมาพูดบางครั้งก็สะท้อนว่ามีความรู้ในสิ่งที่พูดหรือไม่ วันนี้คุณเป็นคนไทยต้องรู้จักรักษาสิทธิตัวเอง ถ้ารู้ว่าบัตรผิดต้องเอาบัตรที่ถูกของเรากลับมาให้ได้ จะมาบอกว่าคุณบังคับให้ฉันลงไม่ได้ ไม่มีใครบังคับได้นอกจากสมยอม”นายณัฏฐ์กล่าวและว่าข้อกังวลที่ว่าจะมีการนำบัตรนอกเขต นอกราชอาณาจักรหรือบัตรปลอมมาเพิ่ม‪ในวันที่‬ ‪24 มีนาคม ขอชี้แจงว่าบัตรแต่ละแบบแยกสีชัดเจน มีรหัสควบคุมของตัวเอง ‬5 ชุดและมีเลขาธิการกกต.กำหนดและรู้เพียงคนเดียว กกต.อยากจะผลิตเป็นบัตรเฉพาะแต่มีต้นทุนสูง แต่ก็พยายามแยกด้วยสี

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของ กกต. ในโซเชียลมีเดียหากพบว่ามีการบิดเบือนใส่ร้ายหรือเจตนาเพื่อสร้างกระแสจะให้ฝ่ายกฎหมายของ กกต.ดำเนินคดี ส่วนกรณีมีคลิปซื้อเสียงที่จังหวัดอุบลราชธานี ทางผอ. จังหวัดอุบลราชธานี ได้แจ้งว่าเป็นเรื่องที่สั่งรับไว้สืบสวนสอบสวนไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์สำหรับกรณีตรวจพบการกระทำอาจส่อทุจริตการเลือกตั้งในจังหวัดสมุทรสงครามได้สั่งให้พนักงานสืบสวนสอบสวนไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นเข้าใจว่ามาเป็นการใช้สิทธิ์ครั้งแรกและหยิบเอาบัตรเลือกตั้งเข้าไปในคูหาทั้งเล่ม เมื่อนำไปกาเสร็จแล้วก็นำมาส่งให้เจ้าหน้าที่ แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ต้องรอฟังผลจากชุดสืบสวนสอบสวนเสียก่อน

เมื่อถามถึง ความคืบหน้าในการพิจารณาคุณสมบัติของกกต.กรณีเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า น่าจะเป็นวันที่ 19 มีนาคม ที่ฝ่ายกฏหมายจะทำความเห็นเพราะขณะนี้ยังไม่ได้รับความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฏหมาย