เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ, นายสมหวัง อัสราษี, จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ, นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ พร้อมด้วยญาติวีรชนเมษา-พฤษภา 53 เข้ายื่นหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและให้ทบทวนมติ ป.ป.ช กรณีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพวก ในการสั่งสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. ที่กรรมการ ป.ป.ช.ชุดเดิมได้ตีตกไปแล้ว
นางธิดา ระบุว่า ได้นำเอกสาร หลักฐาน ของคดีเดิมทั้งหมด และเพิ่มหลักฐานใหม่คือ วารสารเสนาธิปัตย์ ของกองทัพบก ที่มีการอธิบายรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติการในเหตุการณ์ดังกล่าว ว่าหลังจากวันที่ 10 เมษายน 2553 ได้มีการยกระดับจากการสลายการชุมนุมเป็นการสู้รบในเมืองเต็มรูปแบบ โดยใช้กำลังทหารและอาวุธสงคราม และคำสั่งศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพกรณีการถึงแก่ความตายของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 ที่ศาลมีคำสั่งชัดว่าเป็นการตายที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ทหาร และผู้ตายไม่มีอาวุธหรือเขม่าดินปืน และซีดี รุมยิงนกในกรงซึ่งเป็นข้อมูลจากนายทหารยศ พล.อ.รายหนึ่ง ที่รับไม่ได้ต่อขั้นตอนการปฏิบัติในการสลายการชุมนุมครั้งนั้น รวมทั้งซีดียุทธการขอคืนพื้นที่เมษายน 2553 แนบมาด้วย
นางธิดา กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันครบรอบ 6 ปี ของเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบจากการสูญเสีย 99 ศพ เราจึงต้องมาขอทวงถามความยุติธรรม และที่สำคัญเรื่องนี้ถูกทวงถามขึ้นในเวทีโลก โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และฮิวแมนไรตส์วอตช์ รวมถึงในเวทีการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนตามกลไกยูพีอาร์ ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ก็มีการถามหาความรับผิดชอบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะภาพลักษณ์ที่ออกไปสู่สายตาสังคมโลกนั้นคือการใช้กำลังทหาร และอาวุธสงครามเต็มรูปแบบ ในการสลายการชุมนุม แต่กลับถูกกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเก่าตีตก ในขณะที่เหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 นั้นเป็นการปฏิบัติการณ์ของตำรวจ ด้วยการใช้แก๊สน้ำตาแล้วทำไมเรื่องนั้นจึงถูกส่งไปถึงศาล ซึ่งทำให้สังคมโลกมองเห็นว่านั่นคือการเลือกปฏิบัติขั้นร้ายแรงใช่หรือไม่ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายการใช้กำลังทหาร พลซุ่มยิง การใช้กระสุนจริงที่ถูกเบิกจากคลังอาวุธ ถึง 7 แสนกว่านัดนั้น จะไม่ทำให้มีคนตายอย่างนั้นหรือ จึงขอให้ ป.ป.ช.ชุดของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ได้ทบทวนและนำคดีดังกล่าวกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อภาพลักษณ์ของ ป.ป.ช.ในสังคมโลกเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ป.ป.ช.ไม่ทบทวนจะดำเนินการอย่างไร นางธิดา กล่าวว่า ถ้าคิดอย่างนั้นคงไม่ฉลาด เพราะเวทีโลกได้ตั้งคำถามว่า ป.ป.ช.ของไทยควรอยู่เฉพาะในประเทศอย่างนั้นหรือ และถ้าไม่ทบทวนประชาชนก็ต้องทวงถามต่อไป และตลอดไป เพื่อให้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลาคมในอดีต เพราะการรับผิดที่ยิ่งใหญ่คือการรับผิดในประวัติศาสตร์ แล้วป.ป.ช.จะเป็นตัวละครที่สำคัญของความผิดนั้น ดังนั้นขอให้เลือกที่จะทบทวนคดีเสียจะดีกว่า ถ้าไม่ต้องการเป็นผู้ร้ายในประวัติศาสตร์ และสิ่งที่สำคัญคือ ป.ป.ช.จะอยู่ในเวทีโลกได้อย่างไร อีกทั้งหากในครั้งนี้ไม่มีคนออกมารับผิดชอบต่อการตาย 99 ศพครั้งหน้าก็จะฆ่าประชาชนได้อีกใช่หรือไม่ เพราะเท่ากับว่าเป็นใบอนุญาตฆ่าประชาชนในครั้งต่อไป

