การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นของใหม่ทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และผู้จัดการการเลือกตั้ง ทั้งนี้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเพิ่งบังคับใช้ และการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก 4 ฉบับที่ใช้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญก็เป็นของใหม่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานหลายคนก็เป็นคนใหม่ ไม่มีประสบการณ์การจัดการการเลือกตั้งมาก่อน เนื่องจากประเทศไทยว่างเว้นการเลือกตั้งมาแล้วหลายปี การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งสุดท้ายคือเมื่อปี 2554 หรือประมาณ 8 ปีมาแล้ว ทำให้โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดมีสูง
การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการบกพร่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสัญญาณว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมากมาแล้ว เมื่อสถานทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในประเทศต่างๆ เปิดให้คนไทยใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร แต่ในขณะนี้ยังไม่ปรากฏความบกพร่อง แต่การเลือกตั้งล่วงหน้าที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีปัญหาที่ต้องตามจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริตซึ่งต้องพิสูจน์เจตนา การบริหารจัดการหน่วยเลือกตั้งที่ต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิ ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และต้องดูแลให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปโดยบริสุทธิ์เที่ยงธรรม เป็นต้น
ขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้ให้ความสำคัญกับคะแนนเสียงทุกคะแนนเสียง ดังนั้น ผู้ใช้สิทธิทุกคนจึงมีความหมายมากต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง การจัดการการเลือกตั้งจึงต้องตระเตรียมรับมือกับปัญหาให้พร้อมที่สุด การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้จะต้องผ่านพ้นไปให้ได้ เพื่อให้ประเทศไทยมีสภาผู้แทนราษฎร และมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กกต.จำเป็นต้องเร่งอุดช่องโหว่ในการบริหารจัดการการเลือกตั้งให้ทันเวลา อย่าปล่อยให้ปัญหาที่เกิดขึ้นกลายเป็นเงื่อนไขไปกระทบต่อการรับรองผลการเลือกตั้งในภายหลัง จนกระทบไปถึงสภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาลที่จะตั้งขึ้น ณ วันนี้อาจจะเหลือเวลาไม่กี่วัน แต่ทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไปก็มีค่า หาก กกต.สามารถปรับแผน อุดจุดโหว่ และทำให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

