“หญิงหน่อย” แนะคนไทยเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์หากไม่อยากให้ “ประยุทธ์” อยู่ต่อ

20.03.19 | 18:29 น.

 

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเกตนายกฯและประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ อย่างมาก เพราะมีการเขียนกติกาและกลไกที่จะสืบทอดอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาบริหารประเทศต่อไป เมื่อปี 2557 ประชาชนถูกยึดอำนาจด้วยการรัฐประหาร ด้วยปลายกระบอกปืน แต่ในปี 2562 ประชาชนจะถูกยึดอำนาจด้วยกติกาที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น ส.ว. 250 ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่มาจาก คสช. แต่งตั้ง โดยมี พล.อ.ประวิตร เป็นประธานกรรมการสรรหา และ ส.ว. 250 คนจะมีอำนาจไปเลือกนายกรัฐมนตรีแทนพี่น้องประชาชน ซึ่งจะทำให้เจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนถูกบิดเบือน หมายถึงว่าประชาชนอาจจะเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งมากที่สุดและหวังว่าพรรคการเมืองนั้นจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ท้ายที่สุดแล้วจะมี ส.ว. 250 คนที่ประชาชนไม่ได้เลือกมาชี้สั่งว่าใครจะเป็นรัฐบาล

ดังนั้นวันนี้ประชาชนต้องออกไปเลือกตั้งให้เยอะที่สุด และเลือกอย่างมียุทธศาสตร์ โดยถามใจตัวเองว่าอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ได้บริหารประเทศต่อไปอีก 4 ปี 8 ปีไหม ถ้าไม่อยากมีทางเลือกทางเดียวเท่านั้น คือต้องออกไปเลือกพรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเท่านั้นอย่างถล่มทลาย เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นเพียงพรรคเดียวที่จะมีจำนวนที่นั่ง ส.ส. มากพอที่จะเอาชนะจำนวนที่นั่ง ส.ว. ที่ พล.อ.ประวิตร แต่งตั้งได้ หากสมมุติว่าประชาชนออกมาเลือกตั้ง 40 ล้านคน คสช. เพียงองค์กรเดียวเลือก ส.ว. 250 คน หมายความว่าอำนาจของ คสช. องค์กรเดียว ส.ว. 250 คนนี้ก็จะไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ให้อยู่ต่อ

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวว่า แม้จะมีหลายฝ่ายจะอ้างว่าการบริหารประเทศของ คสช. 5 ปีที่ผ่านมามีความสงบ แต่เป็นความสงบนิ่ง ร้านค้าตายหมด ทำลายเศรษฐกิจ และริดรอนสิทธิเสรีภาพ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเลือกเพราะรัก หรือไม่รัก เกรงใจใคร หรือกลัวใคร หรือไปเลือกน้อยไม่ได้ แต่ต้องเลือกเพราะรักตัวเองและมียุทธศาสตร์ ต้องเลือกเพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจ เพราะเลือกใครพรรคไหนก็จะได้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อ แต่ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยให้ถล่มทลาย พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่พอที่จะเป็นตัวแทนของประชาชน มีเสียงมีกำลังมากพอที่จะไปสู้กับ ส.ว. 250 คน ที่ พล.อ.ประวิตร และ คสช. แต่งตั้ง หรือหากประชาชนมีตัวเลือกอื่นในใจ ต้องได้รับคำตอบจากพรรคการเมืองให้ชัดว่ามีจุดยืนอย่างไร ไม่เช่นนั้นประชาชนจะหลงผิดไปเลือกแล้ว ไม่ได้ผลตามที่ตนเองต้องการ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐได้ ซึ่งทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าพรรคพลังประชารัฐตั้งมาเพื่อใครและจะสนับสนุนใคร และการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่กล้าประกาศว่าจะไม่ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ พี่น้องประชาชนก็น่าจะรู้ความหมายกันดีอยู่แล้ว อีกทั้งหากเลือกพรรคเล็ก จะส่งผลต่อยุทธศาสตร์ เพราะหากคะแนนเสียงไปอยู่ที่พรรคเล็กหลายๆ พรรค จะไม่มีพรรคไหนที่มีกำลังมากพอไปสู้กับ ส.ว. 250 คน เขาก็จะสามารถตั้งรัฐบาลได้ เราจึงต้องให้พรรคเพื่อไทยเป็นตัวแทนในการต่อสู้ครั้งนี้ และตนจึงต้องมาขอคะแนนให้พรรคเพื่อไทยได้ยืนต่อสู้กับ ส.ว. อย่างแข็งแรง พรรคอื่นไม่มีทางที่จะไปสู้กับ ส.ว. ได้เลยมีเพียงพรรคเพื่อไทยเท่านั้น