จากปรากฏการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าใน”ต่างประเทศ” จากปรากฎการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศในวันที่ 17 มีนาคม สะท้อนอย่างเด่นชัดถึง “ภูมิทัศน์” ที่เปลี่ยนไป
ที่หลายๆฝ่ายมีบทสรุปร่วมกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งในกาลอดีตเริ่มมีความเด่นชัด
เด่นชัดผ่านบทสรุปที่ว่าผลการเลือกตั้งอาจหักปากกาเซียน
ความหมายก็คือ การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมไม่สามารถเอาบทเรียนจากการเลือกตั้งในอดีตหรือแม้กระทั่งที่มีในเดือนกรกฎาคม 2554 มาเป็นบรรทัดฐานได้
เพราะนี่มิได้เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองต่อพรรคการ เมือง หากที่สำคัญเป็นการต่อสู้กับเทคโนโลยี
หากไม่เข้าใจเทคโนโลยีก็จะไม่เข้าใจต่อการเลือกตั้ง
ถ้าเริ่มต้นจากพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็คล้ายกับว่าผล การเลือกตั้งได้มี “ล็อค” อยู่แล้ว
นั่นก็คือ ล็อกเปิดทางสะดวกให้กับการสืบทอดอำนาจ
เพียงตั้งพรรคพลังประชารัฐ ใช้พลังดูดระดมส.ส.เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง 126 เสียงก็สามารถไปผนวกรวมกับ 250 ส.ว.ที่ตั้งมาเองกับมือ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ระ บอบคสช.ก็ดำเนินต่อไปอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 20 ปี
ยืนยาวจากปี 2557 กระทั่งถึงปี 2577
แต่แล้วเมื่อประสบเข้ากับนวัตกรรมการเลือกตั้งในเชิงยุทธศาสตร์ เลือกพรรคที่ไม่เอาคสช. ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุทธศาสตร์สืบทอดอำนาจของคสช.ก็เริ่มคลอนแคลน
ประสานเข้ากับการแสดงบทบาทของอินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน ประสานเข้ากับการปลุกนิวโหวตเตอร์ 7.3 ล้านคนให้ตื่นจากความหลับใหล
ก็เริ่มไม่แน่แล้วว่าวันที่ 24 มีนาคมจะเป็นไปตามเป้าหมาย
เสียงขู่ในเรื่องรัฐประหาร การเคลื่อนไหวผ่านปฏิบัติการ IO ไม่ว่า ด้วยการทำโฟโตกราฟ ตกแต่งแปลงร่าง ภาพการปราศรัย ภาพบทสนทนาสุดลึกลับ เผยแพร่ผ่านเครือข่ายจึงเกิดขึ้น
เปิดขึ้นพร้อมกับวิธีการดึกดำบรรพ์ข่มขู่ผู้สมัคร หัวคะแนน
นั่นคือ ความหวาดกลัวต่อกระแสความตื่นตัว และแนวโน้มใหม่ในการเลือกตั้งเพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้กับประเทศ
แนวรบเลือกตั้ง แนวรบระหว่างอะนาล็อกกับดิจิตัล

