09.00 INDEX สัญญาณ อนุทิน ภูมิใจไทย เอนไปเพื่อไทย อนาคตใหม่

 

คำประกาศความพร้อมของ พรรคพลังประชารัฐ ในการรวบรวมจำนวน ส.ส.เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ นายอุตตม สาวนายน มั่นใจว่า จะได้ ส.ส.เข้าสภาประมาณ 140-150 คน กำลังเป็น “ประเด็น” ท้าทายอย่างแหลมคมยิ่งในทางการเมือง

1 ท้าทายต่อสภาพความเป็นจริงในทางสังคม

ขณะเดียวกัน 1 ท้าทายต่อสภาพความเป็นจริงอันดำรงอยู่ใน พรรคพลังประชารัฐ เอง
เพราะความเป็นจริงในทางสังคมอยู่บนฐานความเชื่อที่ว่า พรรคพลังประชารัฐ จะไม่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 1 หากเป็นไปได้ว่าอาจเป็นอันดับ 3 หรืออันดับ 4
เนื่องจากพรรคอันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย

อย่าได้แปลกใจที่ระยะกาลหลังคำประกาศดังมาจาก พรรคพลังประชารัฐ ไม่นาน พรรคภูมิใจไทยโดยหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ก็ตั้งโต๊ะแถลงแสดงหลักการ

หลักการที่ยืนยันว่า พรรคซึ่งได้รับเลือกมาเป็นอันดับ 1 ต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก่อน
หากจัดตั้งไม่ได้จึงควรเป็นของพรรคอันดับรองลงไป

ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย ยังยืนยันด้วยว่า “ผมไม่เชื่อว่า หากใครได้อันดับ 3 อันดับ 4 ยกตัวอย่างผมหากได้อันดับ 4 มาขอจัดตั้งรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าไม่มีใครเขายอมให้เป็น”

ที่สำคัญอันแสดง “จุดยืน” ที่ไม่ควรมองข้ามจาก พรรคภูมิใจไทย ก็คือ

“หาก ส.ว.ไม่โหวตตามเสียงของประชาชน ก็ถึงเวลาที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องรักษาศักดิ์ศรีของการเป็นผู้แทนราษฎร ต้องเอานายกรัฐมนตรีตามกระบวนการมาก่อนให้ได้ แม้พรรคภูมิใจไทยจะเป็นฝ่ายค้านก็จะโหวตสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีมาจากสภาผู้แทนราษฎรก่อนเพื่อรักษาระบบ”

เด่นชัดว่าท่าทีของพรรคภูมิใจไทยมิได้เป็นเสียงเตือนโดยตรงไปยัง พรรคพลังประชารัฐ หากแต่ยังแสดงความโน้มเอนที่เอียงไปทางพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่

ถามว่าความโน้มเอนนี้มีรากฐานเป็นมาอย่างไร

โน้มเอนเพราะมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยมาอันดับ 1 โน้มเอนในการยืนยันศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎรแม้ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน

เป็นเสียงเตือนก่อนวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กฟน. มั่นใจระบบไฟฟ้ามั่นคง เตรียมพร้อมรับวันเลือกตั้ง
บทความถัดไป“ยูนิโคล่” ฉลองครบ 1 ปี “โมเดลร้านโรดไซด์” พร้อมเปิด 3 สาขา ย่านปิ่นเกล้า