หน้าแรก การเมือง นักวิชาการชี้...

นักวิชาการชี้ ‘ศิลปะ-การเมือง’ แยกกันไม่ขาด-ยัน ‘สุธี’ บิดเบือนประวัติศาสตร์-เล็งยกเป็นบทเรียน ‘ภัณฑารักษ์’

19.05.16 | 17:36 น.

กรณี อาจารย์ นักวิชาการ และศิลปิน รวม 118 ราย ในนาม “นักกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย” (กวป.) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ กรณีนำผลงานของ รศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ ร่วมจัดแสดงในนิทรรศการชุด ‘The Truth_ to Turn It Over’ ในเทศกาลประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และสันติภาพ เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 18 พฤษภาคม ค.ศ.1980 ระหว่างวันที่ 10 พ.ค.-15 ส.ค. นี้ โดยกลุ่ม กวป.ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวทางศิลปะของ รศ.สุธี กับจุดยืนทางการเมือง และจิตวิญญาณการต่อสู้ของชาวกวางจู โดยมีรายชื่อส่วนใหญ่เป็นศิลปิน นักวิชาการด้านวัฒนธรรม
ต่อมานาย ลิม จง ยอง ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ศิลปะกวางจู ให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ ว่าอาจมีการหารือเพื่อปลดงาน 1 ใน 4 ด้านรศ.สุธี ชี้แจงว่า ได้รับอีเมลล์ติดต่อจากทางพิพิธภัณฑ์ซึ่งตนได้ตอบกลับไปในช่วงเช้าของวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา และกล่าวว่าตนไม่เคยสนับสนุนรัฐประหาร เพียงแต่ต่อต้านรัฐบาลที่คอรัปชั่นเท่านั้น

ล่าสุด ผศ.ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งร่วมลงชื่อในนามกลุ่ม กวป. กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของ กปปส. มีส่วนขัดขวางการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย เท่ากับเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนอย่างสำคัญ นอกจากนั้น การเคลื่อนไหวของ กปปส. ยังนำไปสู่การรัฐประหาร และในการชุมนุม กปปส. มีความชัดเจนว่าเป็นการชุมนุมที่เรียกร้องให้ทหารออกมาแสดงบทบาท เมื่อทหารยึดอำนาจแล้ว กปปส. ก็แสดงความชื่นชมยินดี ข้อนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่า กปปส. สนับสนุนรัฐประหาร รศ.สุธี จะบิดเบือนราวกับว่าการร่วมสนับสนุน กปปส. เป็นเพียงการต่อต้านนักการเมืองที่ฉ้อฉลเท่านั้น โดยไม่มีส่วนในการทำลายระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร ยิ่งกว่านั้น การที่รศ.สุธี นำผลงานไปแสดงในนิทรรศการที่กวางจู เกาหลีใต้ ยังเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์ด้วยการนำเอาการเคลื่อนไหวของตนเองร่วมกับ กปปส. อันเป็นการเคลื่อนไหวที่ต่อต้านระบอบประชาธิปไตย ส่งเสริมการรัฐประหาร ไปเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของประชาชนที่ต่อต้านเผด็จการทหารเพื่อประชาธิปไตยในกวางจู ข้อนี้เป็นการบิดเบือนที่ร้ายแรง เพราะเนืองจากเป็นการเชื่อมโยงอย่างผิดฝาผิดตัว เข้าใจไปเองอย่างง่ายๆ ว่า การเคลื่อนไหวล้มล้างรัฐบาลแบบใดๆ ก็เหมือนกันไปหมด ทั้งๆ ที่โดยสาระแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สุธี

“หาก รศ.สุธี ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ก็ควรจะระแคะระคายอยู่ตั้งนานแล้วในระหว่างร่วมกิจกรรมกับ กปปส. แต่ทำไมยังสนุบสนุนอยู่ และแม้ว่าหลังจากเกิดการรัฐประหารแล้ว หากไม่สนับสนุนรัฐประหาร ทำไมยังทำกิจกรรมร่วมกับ กปปส. เช่น การระดมทุนผ่าน Art Lane ให้ กปปส. สร้างวิทยาลัย ทั้งๆ ที่รู้แล้วว่า กปปส. สนับสนุนรัฐประหาร สรุปแล้ว โดยการกระทำของรศ.สุธี ชัดเจนว่ามีส่วนสนับสนุน กปปส. ทั้งที่รู้แน่ชัดแล้วว่าขบวนการนี้สนับสนุนการรัฐประหารครั้งล่าสุด จะปฏิเสธอย่างไร การกระทำก็ฟ้องอยู่แล้ว หลังการเคลื่อนไหวของขบวนการพันธมิตรเพื่อล้มทักษิณ จนเกิดการรัฐประหาร ระหว่างการเคลื่อนไหว เมื่อพันธมิตรประกาศแนวทางแน่ชัด ก็มีผู้ร่วมสนับสนุนจำนวนมากถอนตัวอย่างชัดเจน และหลังจากเกิดการรัฐประหาร ก็มีผู้ที่เคยสนับสนุนจำนวนมากถอนตัวเช่นกัน แต่รศ.สุธี ไม่เพียงจะไม่แสดงความเห็นแย้ง แต่ยังร่วมสนับสนุนคณะบุคคลที่สนับสนุนคณะรัฐประหารอย่างต่อเนื่อง จะปฏิเสธบทบาทตนเองในการต่อต้านระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร” ผศ.ดร. ยุกติกล่าว

รศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ กับผลงานศิลปะซึ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะกวางจู (ภาพจากเฟซบุ๊ก sutee.kunavichayanont)
รศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ กับผลงานศิลปะซึ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะกวางจู (ภาพจากเฟซบุ๊ก sutee.kunavichayanont)

ผศ.ดร. ยุกติยังกล่าวอีกว่า ทาง กวป. กำลังพิจารณาที่จะขยายให้ประเด็นนี้เป็นทั้งประเด็นสาธารณะและประเด็นทางวิชาการมากขึ้น การเป็นประเด็นสาธารณะคือ อยากให้ทั้งสังคมไทยและสังคมเกาหลีรับรู้ว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองและการทำงานศิลปะนั้นไม่ได้แยกขาดออกจากกัน โดยเฉาะอย่างยิ่งงานศิลปะที่ตั้งใจที่จะรับใช้ประชาชนอยู่แล้ว ยิ่งเลี่ยงไม่พ้นการเมือง เพียงแต่ว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองในแต่ละประเทศ แต่ละบริบท มันแตกต่างกัน ลำพัง “รูปแบบทางศิลปะ” (art forms) ไม่ได้บอกเจตนาทางการเมืองที่ซับซ้อนได้ง่ายๆ ซึ่งภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์กวางจูได้ชี้แจงมาเบื้องต้นว่า เป็นการเลือกงานไปแสดงเพราะรูปแบบคล้ายกับที่ชาวกวางจูเคยใช้เท่านั้น

Advertisement

“เรื่องนี้ทำให้มีบทเรียนทั้งต่อการเขียนประวัติศาสตร์ศิลป์ ที่จะต้องเข้าใจรายละเอียดทางประวัติศาสตร์สังคมและการเมืองที่รายล้อมและปฏิสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับการแสดงออกทางศิลปะ นอกจากนั้น ยังมีประเด็นเรื่องการคัดเลือกผลงานมาจัดแสดง ภัณฑารักษ์จะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง จะต้องมีความรับผิดชอบแค่ไหน ต่อประเด็นทางการเมือง เป็นต้น ที่สำคัญอีกอย่างคือ เราต้องการขยายความเข้าใจเรื่องนี้เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่จะต้องถูกบันทึกไว้ ในอนาคตเรื่องนี้จะต้งได้รับการพิจารณาว่าศิลปะมีบทบาทต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองในระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทั้งเพื่อประชาธิปไตย และเพื่อส่งเสริมการรัฐประหารอย่างไร” ผศ.ดร.ยุกติสรุป

ภาพจากเฟซบุ๊ก Sutee Kunavichayanont