กกต. แจงผู้แทน 11 ประเทศ-องค์การระหว่างประเทศ สังเกตการณ์เลือกตั้ง ยัน ประชาธิปไตย ไม่มีพิมพ์เขียว

กกต. แจงผู้แทน 11 ประเทศ-องค์การระหว่างประเทศ สังเกตการณ์เลือกตั้ง ยัน ปชต.ไม่มีพิมพ์เขียว

เมื่อเวลา 09.45 น.วันที่ 23 มีนาคม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดโครงการสังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2562 ของผู้แทนองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการเลือกตั้งของไทยและแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ โดยมีตัวแทนจากองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ เข้าร่วม 11 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ 1 องค์กร ได้แก่ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ราชอาณาจักรกัมพูชา มาเลเซีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สหภาพเมียนมาร์ สาธารณรัฐ อินโดนีเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต สาธารณรัฐสังคมนิยมเสียดนาม และ International IDEA(องค์การระหว่างประเทศ)

 

โดยนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กกต. เป็นประธานพิธีเปิดโครงการดังกล่าว พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระที่มีความเป็นกลางที่จะต้องจัดการเลือกตั้งทุกระดับ อีกทั้งส่งเสริมเผยแพร่ระบบการเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นสถาบันที่แข็งแกร่งและทำให้แน่ใจว่า การเลือกตั้งจะมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ปราศจากการแทรกแซง ทั้งนี้ประเทศไทยมาถึงจุดที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง โดยความแข็งแกร่งของประเทศขึ้นอยู่กับประชาธิปไตย การออกเสียงประชาชน และคุณภาพของผู้แทนที่ประชาชนเลือก อย่างไรก็ตามไม่มีพิมพ์เขียวในการปกครองประชาธิปไตย แต่ละประเทศจะมีรูปแบบของตัวเองเพื่อให้เหมาะกับประเทศตัวเอง ซึ่ง กกต.ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อสร้างปาฏิหาริย์ในสังคม แต่ได้รับมอบหมายให้จัดการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งต้องอาศัยประชาชน และภาคส่วนร่วมมือกัน รวมทั้งพรรคการเมืองและนักการเมือง ซึ่งจะต้องให้ความร่วมมือเพื่อให้การแข่งขันในการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเป็นธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องสร้างค่านิยมให้คนแยกได้ระหว่างคนดีและคนไม่ได้ และหวังว่าคนดีจะได้รับคัดเลือกจากคุณสมบัติและความซื่อสัตย์ของตน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้มีการแบ่งการสังเกตการณ์การเลือกตั้งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ กกต.มีหนังสือเชิญร่วมโครงการฯ ซึ่งก็คือกลุ่มประเทศที่มาร่วมรับฟังการชี้แจงในวันนี้ รวมทั้งสิ้น 42 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้นำองค์กรร่วมสังเกตการณ์ อาทิ H.E.Mr.Arief Ubaid ประธาน กกต.อินโดนีเซีย, H.E.Mr.U Hla Thein ประธาน กกต.เมียนมาร์, Mr.U Than Htay กกต.เมียนมาร์, H.E.Mr.Alcino de Araujo Baris ประธาน กกต.ติมอร์-เลสเต, H.E. Mr.Joaquim Amaral เอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทย เป็นต้น โดยผู้สังเกตการณ์กลุ่มนี้จะลงพื้นที่ กทม.และปริมณฑล พร้อมกับการสังเกตการณ์การเลือกตั้งของ กกต.ไทย ?ระหว่างวันที่ 22-26 มีนาคมนี้ ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มที่มีหนังสือถึง กกต?. เพื่อขออนุญาตเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งด้วยตนเอง ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย จำนวน 7 ประเทศ ได้แก่เครือรัฐออสเตรเลีย แคนาดา ราชอาณาจักรเดนมาร์ก สาธารณรัฐฝรั่งเศส ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีองค์กรระหว่างประเทศ 2 องค์กร คือ สหภาพยุโรป และเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี รวมทั้งสิ้นจำนวน 145 คน ซึ่งจะลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งด้วยตนเอง

บทความก่อนหน้านี้เปลี่ยนฝันให้เป็นจริง สร้างฟาร์มออร์แกนิกกับเกษตรกรอินทรีย์อินดี้
บทความถัดไป‘สตูผักใส่เห็ด’ มังสวิรัติสูตรเด็ด ทำง่ายๆ โดย กฤช เหลือลมัย