เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาตอบโต้ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท. อ้างว่าความไม่เป็นประชาธิปไตยส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ว่า เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่เป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแต่กลับออกมาปกป้องการปฏิวัติ ซึ่งหากมองย้อนหลังก็อาจจะทำให้เข้าใจได้ว่า สาเหตุที่เศรษฐกิจย่ำแย่นั้นเริ่มมาจากการชุมนุมของ กปปส. โดยอดีตเลขาธิการพรรค แกนนำพรรค ปชป.จำนวนมาก ที่ชัตดาวน์กรุงเทพฯและบอยคอตการเลือกตั้ง นำมาสู่การปฏิวัติจนนักวิชาการจำนวนมากสงสัยว่าอาจจะเป็นการร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการปฏิวัติ และยังออกมาแก้ตัวให้อีก ทั้งๆ ที่นายเกียรติ เป็นอดีตผู้แทนการค้า น่าจะเข้าใจดีว่าผลกระทบจากการปฏิวัติส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจ
การโดนตัดจีเอสพีของยุโรป และการกีดกันการค้าในรูปแบบต่างๆ นอกจากจะทำให้การส่งออกของไทยลดลงกว่า 5.5% แล้ว การลงทุนต่างประเทศลดลงถึง 78% ทำให้ประเทศโตได้เพียง 2-3% ไปอีกหลายปี ไม่ใช่ 5% อย่างที่นายเกียรติเข้าใจ ในขณะที่ประเทศอื่นในอาเซียนเติบโตสูงกว่าไทยมากและมีการส่งออกและการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่ลดลงอย่างหนักแบบไทย ถ้าระดับนายเกียรติยังไม่เข้าใจ ก็ไม่แปลกใจเลยที่รัฐบาล ปชป.ไม่เคยประสบความสำเร็จในการบริหารเศรษฐกิจทุกครั้งที่ได้เป็นรัฐบาล และพ่ายแพ้การเลือกตั้งมาตลอด นายเกียรติควรจะเอาเวลาไปอธิบายเรื่องฟิลลิป มอร์ริสที่หลายคนมีความสงสัยในเรื่องนี้จะดีกว่า
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ พรรคปชป.ควรไปเร่งแก้ปัญหากับผู้ว่ากทม. และทีมงานของปชป. ในกทม. ที่ยังมีปัญหาไม่จบไม่สิ้น บริหารประเทศก็ทำได้ไม่ค่อยดี บริหารกทม.ก็ทำให้เกิดปัญหา จนต้องออกมาขอโทษประชาชน นายเกียรติ ควรใช้เวลาไปแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ ก่อนที่จะมาวิจารณ์พรรคอื่น และหากพรรคปชป. ยังไม่สามารถพัฒนาวิธีคิดและวิธีบริหาร แถมยังตีกันจนเละพรรค ปชป. จะไม่มีทางชนะเลือกตั้ง ตามที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคปรามาสไว้และถึงกับถอดใจลาออกจาก ปชป. หลังจากอยู่มา 58 ปี ก็น่าจะแสดงถึงสภาพของพรรค ปชป. ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

