สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อวันที่ 24 มีนาคมระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ของประเทศซึ่งทหารให้การสนับสนุนและถูกวิจารณ์ว่าทำให้วุฒิสภาซึ่งจะมาจากการแต่งตั้ง 250 ที่นั่งมีอำนาจเหนือกว่าสภาผู้แทนราษฎร 500 ที่นั่ง และเป็นการเลือกตั้งที่แสดงถึงความพยายามที่จะยืดเวลาการอยู่ในอำนาจและมีความชอบธรรมตามกฎหมายมากขึ้น ทั้งนี้ตัวแทนพรรคการเมืองจำเป็นต้องมีคะแนนเสียงสนับสนุนมากถึงเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนที่นั่งทั้งสองสภา จึงจะสามารถก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เปรียบอย่างมากหากได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง
อย่างไรก็ตามเนื่องจากการเมืองไทยตกอยู่ในสภาวะแตกแยกแตกแยกอย่างลึกซึ้งอาจก่อให้เกิดภาวะติดตายในทางการเมืองขึ้นตามมา และความแตกแยกเป็นฝักฝ่ายดังกล่าวส่อเค้าว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนหน้าวันเลือกตั้งครั้งนี้ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบ ถ่วงให้เศรษฐกิจของประเทศซึ่งพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยชะลอตัวลงในยามที่อัตราการขยายตัวแต่เดิมก็ต่ำกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอยู่ก่อนแล้ว
สภาวะเศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท ในขณะที่ภาพโดยรวมของการค้าโลกก็ชะลอตัวลง เป็นเหตุให้นักลงทุนจำนวนหนึ่งพากันถอนเงินลงทุนออกจากการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรของไทยรวมเป็นเงินมากถึง 700 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปีเรื่อยมาจนถึงขณะนี้

