หน้าแรก การเมือง  “เพื่อไทย” ป...

 “เพื่อไทย” ประกาศชัยชนะ ได้ส.ส.อันดับ 1 ลุยเดินหน้าตั้งรบ. มั่นใจรวมพรรคร่วมเกิน 300 เสียง

25.03.19 | 15:57 น.

 “เพื่อไทย” ประกาศชัยชนะได้จำนวนส.ส.อันดับ 1 เดินหน้าจัดตั้งรบ.เร็วที่สุด มั่นใจรวมพรรคร่วมแล้วได้เกิน 300 เสียง ย้ำ จะจับมือกันโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรคพท. นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯและประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ว่าที่ ส.ส.นครพนม พรรคพท.

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคพท.เป็นอันดับ 1 ได้ส.ส.มากที่สุด แม้เราจะส่งผู้สมัครเพียง 250 คนเท่านั้นเราจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อให้ความทุกข์ของพี่น้องหมดไปอย่างรวดเร็วอย่างที่เคยให้คำมั่นไว้ทั้งนี้ การเดินหน้าต่้อจากนี้ไปคือการเดินหน้ารวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล อย่างที่เราพูดไว้ว่าพรรคที่ได้อันดับ 1 จะต้องได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรับบาลก่อน แน่นอนคนที่เราจะร่วมด้วยหลักการยังไม่เปลี่ยน คือเราจะร่วมกับพรรคที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ซึ่งก็มีพรรคที่ประกาศตัวชัดเจน เราจะยังคงตามหลักการ และเจตนารมย์ที่พี่น้องประชาชนแสดงผ่านการเลือกตั้งและผ่านพรรคพท. ส่วนเรื่องส.ว.เรายังมีความเห็นเหมือนเดิมว่า ส.ว.ทั้ง 250 คน จะต้องฟังเสียงของประชาชน

ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า จากการตรวจสอบผลการเลือกตั้งพรรคพท. ได้ส.ส.เขตจำนวน 137 ที่นั่ง อันดับ 2 ได้ 112 ที่นั่ง และพรรคที่ได้ที่นั่งในสภาสูงสุดต้องได้ตั้งรัฐบาล ดังนั้น เราจะเร่งประสานพรรคการเมืองที่ไม่อยากเห็นการสืบทอดอำนาจเพื่อตั้งรัฐบาลต่อไปทั้งนี้ เจตจำนงของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ส.ว. 250 คนต้องทำหน้าที่ให้เป็นอิสระ ให้สบกับงบประมาณพันกว่าล้านบาทของประชาชนที่ใช้สรรหาท่านมา

นายโภคิน กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบผลการเลือกตั้งของพรรคที่ประกาศตัวชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจน่าจะมีมากกว่า300 เสียง ดังนั้น 300 เสียง จาก500 เสียง ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งคือเจตจำนงของพี่น้องประชาชนที่ต้องการี่ยน ดังนั้น เราในฐานะพรรคอันดับ 1 จะเดินหน้าทำหน้าที่ของเราจนถึงที่สุด

Advertisement

เมื่อถามว่า แม้พรรคพท.จะได้ส.ส.เขตมากกว่า แต่คะแนนรวมของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ได้มากกว่า เขาก็มองว่าเขาได้มากกว่า นายโภคิน กล่าวว่ากติกาของเราไม่ได้ดูที่ใครได้เสียงประชาชนมากกว่า แต่ดูที่ใครมีเสียงส.ส.ในสภามากกว่ากันเพราะการจะเลือกนายกฯนั้น เขาเลือกที่จำนวนส.ส. แต่คราวนี้ไปบวกกับเสียงส.ว. 250 คนด้วย ซึ่งเกิดขึ้นในหลายกรณีในต่างประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ ที่พรรคที่ได้เสียงที่ข้างมาก แต่ได้คะแนนความนิยมโหวตน้อยก็จบตามกติกา หรือของอเมริกา เช่นโดนัล ทรัมป์ ก็ได้ป๊อปปูล่าโหวตน้อยกว่า แต่คนที่จะไปเลือกนั้นมีมากกว่า ทรัมป์ก็ชนะไป คือเราจะต้องเอากติกา ถ้าบอกเอาคะแนนสนับสนุนมันไม่จบ วันนี้กติท่านเขียนเองเป็นแบบนี้ คนที่จะเลือกนายกฯไม่ใช่ป๊อปปูล่าโหวต แต่เป็นป๊อปปูล่าโหวตที่มาเลือกส.ส. แล้วส.ส.ไปเลือกนายกฯ

เมื่อถามว่า จะมีโอกาสจับมือร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า หัวหน้าพรรคปชป.คนเก่า เขาประกาศว่าจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ดังนั้นต้องรอให้หัวหน้าคนใหม่ และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ก่อน

เมื่อถามว่า พรรคพท.จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯจากพรรคพท.หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่าจะเป็นการร่วมมือกันของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง เรายึดเอาเจตนารมย์และความต้องการของประชาชนเป็นที่ตั้ง เราอยากจะสร้างให้การเกิดขึ้นของรัฐบาลในอนาคตข้างหน้าเป็นไปเพื่อตอบสนองเจตนารมย์ของประชาชน ดังนั้น เรื่องนี้เราจะต้องมีมีการคุยกันว่าอะไรคือทางออกของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่ดีที่สุด และพาประเทศหลุดพ้นจากสภาพเดิมๆเราก็จะทำหน้าที่นั้น

เมื่อถามว่า ได้มีการประสานกับพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อตั้งรัฐบาลแล้วหรือยัง นายภูมิธรรมกล่าวว่า เมื่อพรรคพท.ได้แสดงท่าทีแล้ว เชื่อว่าพรรคอื่นๆจะแสดงท่าทีออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีเวลาที่จะพูดคุยกันว่าอะไรคือสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า“ไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่มีปัญหาใดๆเรื่องการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องพูดคุยกัน และในกติกาที่ทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นแบบนี้ รวมถึงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง ซึ่งออกมาผ่านสื่อมวลชนมากมายไม่อยู่ในวิสัยปกติ ดังนั้น. พรรคพท. จะรวบรวมหลักฐาน และจะได้แถลงเป็นระยะ ส่วนประเด็นที่เป็นกังวลยืนยันว่า พรรคพท. เราจะไม่ทำอะไรให้ประชาชนผิดหวัง เราจะทำในเจตนารมย์ที่ประชาชนได้มีความประสงค์ และฝากความหวังเอาไว้ เราจะมีการพูดคุยกันกับพรรคร่วม โดยเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง ผลประโยชน์ของพรรคเป็นรอง เราจะร่วมกันทำให้ประเทศไทยเดินหน้าได้ด้วยความสงบสุข ทั้งนี้ การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ต้องเป็นการจัดตั้งรับบาลที่ 1. แก้ไข ตอบสนองสิ่งที่ประชาชนปรารถนาให้ได้ และ 2.เป็นการเริ่มต้นเข้าสู่บริบทประเทศที่เป็นประชาธิปไตย และมีกติกาที่เป็นสากล”

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าพรรคภท.คือตัวแปลหลัก หากไม่มีเสียงพรรคภท. อาจไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่าเป้าหมายเราตั้งไว้ชัดเจน เราจะตอบสนองเจตนารมย์ของประชาชน และเสียงข้างมากในครั้งนี้ เป็นเสียงสะท้อนที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ หากมองผลประโยชน์ และเจตนารมย์ของประชาชนเป็นหลักก็สามารถจับมือกันตั้งรับบาลได้

เมื่อถามว่า จะรับได้ไหม หากจับมือกับพรรคร่วมแล้วไม่มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯจากพรรคพท. นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องคุยกัน ยึดเอาฉันทามติความชัดเจนจะเกิดขึ้นหลังจากที่พวกเราออกจากห้องแถลงนี้ไปแล้ว เพราะไม่มีเวลารอช้าแล้ว เมื่อใดก็เมื่อนั้น