หลังจาก“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความรับผิดชอบผลการเลือกตั้ง ด้วยการประกาศลาออก
เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่ได้ จำนวนส.ส.ต่ำกว่า 100 ตามที่เคยลั่นวาจาไว้
แต่ความปราชัยเที่ยวนี้มีรายละเอียดครั้งนี้ เรียกว่า แพ้อย่างหมดรูป แพ้อย่างยับเยิน
เพราะเป็นครั้งแรกที่ปชป.สูญพันธุ์ในเมืองกรุง พื้นที่ภาคเหนือปักธงได้แค่ทีเดียว เสียเก้าอี้ภาคใต้ซึ่งเป็นฐานมั่นของพรรคหลายที่
จากที่คาดหวังว่าจะเป็นพรรคที่ได้ตัวเลขส.ส.มาอันดับ 2 แต่หล่นไปถึงอันดับ 4
งานนี้ใครๆมองว่า หัวหน้าพรรครูปหล่อโปรไฟล์ดี อยู่ในสภาพ“พระเอกเรตติ้งตก” ที่ผ่านมาผูกขาดความพ่ายแพ้พรรคเพื่อไทยมาตลอดไม่ว่าจะอยู่ในชื่อไหนกว่า 10 ปี
ยิ่งครั้งนี้หนักที่สุดในประวัติศาสตร์ของปชป.
คอการเมืองวิเคราะห์สาเหตุหลักๆ ได้ว่า
1.การประกาศเป็น”ขั้ว”พรรคการเมืองที่ 3 ของนายอภิสิทธิ์ ชูตัวเองเป็นนายกฯ พร้อมลั่นวาจาว่าไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ
เมื่อเกิดสถานการณ์การเมืองที่ไม่คาดคิด เดินมาสู่”จุด”ที่บังคับต้องเลือก “ประชาชน”ต่างกาให้ “บิ๊กตู่” เพราะเชื่อมั่นมากกว่า
2.ยุทธศาสตร์ ข้อ 1. ถือว่าผิดพลาด เพราะแทนที่จะไปต่อสู้กับพรรคการเมืองที่เป็นอริเก่าหรือบางคนเรียก”ทุนนิยมสามานย์” กลับมาเปิดศึกกับพลังประชารัฐ ที่มีฐานะคะแนน”อนุรักษ์นิยม”เดียวกัน
3.การเล่นกระแสคนรุ่นใหม่ตามพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งเป็นงานที่ไม่ถนัดของปชป.
4.หลังจากพรรคไทยรักษาชาติ โดนตัดสิทธิ์ คนที่ตั้งใจจะเลือกพรรคนี้ไปเทคะแนนให้พรรคที่มี’สปีชีส์’ใกล้เคียงกัน ทำให้ปชป.ยิ่งเป็นรอง
5.การต่อสู้ในบางภาคที่ต้องใช้ท่อน้ำเลี้ยง ปชป.สู้พรรคที่มีสปอนเซอร์ มีอำนาจในมือไม่ได้
หลังช่วงสูญญากาศหัวหน้าพรรคสีฟ้าไม่เท่าไหร่มีการตั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นั่งรักษาการหัวหน้าพรรค
ส่วนกรรมการบริหารพรรคนั้นพ้นวาระไปกับ“หัวหน้ามาร์ค” ขณะนี้ทำหน้าที่รักษาการไปพลางก่อน
สำหรับผู้ที่คาดหวังจะขึ้นมารับตำแหน่งหัวพรรคนั้นที่เข้าไลน์ มี 3 “คีย์แมน”คือ 1.นายจุรินทร์ 2.นายกรณ์ จาติกวณิช และ 3.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
ในพรรคต่างวิจารณ์กันว่า คีย์แมนคนแรกนั้น เป็น“คุณชายเจ้าระเบียบ” มีความเป็นนักวิชาการสูง หลายคนกังวลการทำงานร่วมกับคนอื่น
คนที่สอง นายกรณ์ มีการอำกันว่า ชอบนุ่งกางเกงทหารเรือ ไม่ค่อยขึ้นชื่อลือชา“ในความใจถึงพึ่งได้”
และฉายา“หล่อกลาง”นายอภิรักษ์ ที่ถูกกล่าวขานถึง การตัดสินใจที่ไม่ค่อยเด็ดขาด คล้ายอาการ “กึกๆ กักๆ”
ไม่ว่าที่ประชุมใหญ่ของพรรคจะมอบหมายความไว้วางใจใครนั่งหัวหน้าพรรค
บุคคลนั้นมีภารกิจสำคัญต้องกอบกู้วิกฤตพรรคอายุ 72 ปีที่ประชาชนให้บทเรียนจากการเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา

