หน้าแรก การเมือง “พปชร.”เสียงแ...

“พปชร.”เสียงแข็ง อ้างป๊อบปูล่าโหวตเยอะสุด ตั้งรัฐบาลแข่งเพื่อไทย “บิ๊กตู่” ต้องเป็นนายกฯ

25.03.19 | 18:24 น.

“พปชร.” เสียงแข็ง อ้างคะแนนป๊อบปูล่าโหวตเยอะสุด ตั้งรัฐบาล แข่งเพื่อไทย ลั่น “บิ๊กตู่” ต้องเป็นนายกฯ

เมื่อเวลา 16.55 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. แถลงภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องใหญ่ 2 เรื่องคือ 1.รับทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของ กกต. ซึ่งพรรค พปชร ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยให้มีคะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยได้รับคะแนนกว่า 7.9 ล้านเสียง สูงที่สุดในพรรคการเมืองที่ลงแข่งขัน พรรค พปชร.ได้รับการสนับสนุนในการเลือกผู้สมัครแบบแบ่งเขตทั่วทุกภาค ขอให้มั่นใจว่า พรรค พปชร.จะดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน ให้ประเทศเดินหน้าและสงบสุข

นายอุตตม กล่าวว่า ส่วนเรื่องแนวทางการดำเนินการต่อจากนี้ของพรรค พปชร. โดยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติยืนยันแนวทางที่เราตั้งไว้แต่ต้นว่าพรรคใดรวบรวมเสียงข้างมากได้ก็สามารถดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งพรรค พปชร.ได้เสียงมากสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ จากนี้ไปเราจะดำเนินหารือพูดคุยกับพรรคการเมืองที่ผู้สมัครได้รับเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีระบบและแนวทางสอดรับกับแนวทางของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบาย การบริหารประเทศ เพื่อดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น และเป็นไปตามกฎกติกาของรัฐธรรมนูญที่มีอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคที่มีคะแนนเสียงมากอันดับหนึ่ง ถือว่ามีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า เป็นหลักการที่เราพูดมาตั้งแต่ต้น แต่ไม่ขัดขวางพรรคอื่นๆ ที่ดำเนินการ

ถามว่า แต่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยประกาศจัดตั้งรัฐบาลเหมือนกัน เพราะได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตมากที่สุด นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า ต้องดูที่เจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แตกต่างจากรัฐธรรมนูญในอดีต เพราะยึดคะแนนรวมของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ หลักการของรัฐธรรมนูญคือ ทุกคะแนนไม่ได้ถูกทิ้ง ไม่ได้มีแต่คะแนนผู้ชนะ ส.ส.เขตเท่านั้น แต่ต้องรวบคะแนนเสียงของประชาชนทั้งประเทศ และเป็นเสียงที่ถูกนับด้วย ซึ่งพรรค พปชร.ถือเป็นพรรคที่ได้รับความไว้วางใจมากสุดกว่า 7.9 ล้านเสียง พรรคจึงถือว่าเป็นความชอบธรรมที่จะดำเนินการตามเจตนารมณ์เช่นกัน ไม่มองข้ามเสียงใดเสียงหนึ่งที่ให้ความไว้วางใจต่อพรรค ส่วนพรรคที่บอกว่า มีเสียง ส.ส.แบบแบ่งเขตมาก ก็ติดลบไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่สำคัญ การแพ้ชนะในเขตยังแพ้ชนะกันแค่ร้อยสองร้อยเสียง จะบอกคนที่แพ้ไม่นับเช่นนั้นหรือ ซึ่งพรรคยึดเอาหลักการรัฐธรรมนูญเป็นตัวตั้ง ดังนั้น พรรคพิจารณาแล้วว่าเราได้รับความไว้วางใจสูงสุด เราจะดำเนินการ เพื่อมีเสียงส่วนมากในสภา นั่นคือสิ่งที่พรรค พปชร.กำลังจะเดินหน้า

Advertisement

ด้านนายอุตตม กล่าวเสริมว่า ตนไม่ถือว่าที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล เป็นการตัดหน้า เขาก็ทำตามกำหนดเวลาของเขา ส่วนเราก็ทำในส่วนของเรา ซึ่งยึดคะแนนป๊อบปูล่ากว่า 7.9 ล้านคะแนน เพราะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ในเสียงของประชาชนที่ให้กับพรรคทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยังเร็วไปที่จะพูดว่ามีพรรคใด ตอบรับการเทียบเชิญ ต้องให้เกียรติเขา ส่วนมีพรรคไหนที่ยื่นข้อเสนอให้เราลำบากใจหรือไม่นั้น ไม่ขอพูด คนอื่นเขาก็ไม่มีใครพูด มันเป็นเรื่องของการต่อรอง ซึ่งเราพร้อมคุยกับพรรค แม้แต่พรรคเล็กๆ ที่ได้ ส.ส.น้อยก็ไม่ทิ้ง

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการเชิญพรรคการเมืองใดมาบ้าง นายอุตตม กล่าวว่า ได้เริ่มพูดคุยแล้ว และมั่นใจว่าเราจะตัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งเราจะเริ่มดำเนินการเลย จะทำให้เร็วที่สุด ส่วนระยะเวลาที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้นั้นเรากำหนดตายตัวไม่ได้ แต่จะดำเนินการดารโดยเร็ว

เมื่อถามอีกว่า มีกี่พรรคที่ประสานเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายอุตตม กล่าวว่า บอกไม่ได้ เพราะยังอยู่ในขั้นตอน ซึ่งเรามีความมั่นใจว่าเราทำได้ ไม่คิดความยากลำบากเท่าไร

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้คำแนะนำหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ไม่มี เพราะเป็นเรื่องของพรรคที่ต้องดำเนินการ โดยคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติมอบหมายให้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคเป็นผู้ดำเนินการในครั้งนี้

เมื่อถามว่า พรรคที่ไปพูดคุยควรมีคุณสมบัติอย่างไร นายอุตตม กล่าวว่า เราเคยพูดว่าน้อยที่สุดต้องเป็นพรรคที่ร่วมอุดมการณ์ มีความสอดคล้องกันเรื่องนโยบาย และสุดท้ายเราต้องทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

เมื่อถามว่า ได้มีการเชิญพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ขอเวลาดำเนินการ ยังไม่ไปพาดพิงพรรคไหน แต่เราไม่รอช้า เพราะทำงานทันที

เมื่อถามว่า เงื่อนไขการพูดคุย จะต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯเท่านั้นใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรค พปชร.เสนอ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และฉันทามติของประชาชนกว่า 7.9 ล้านคน ให้ความไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น ไม่มีอะไรที่พรรค พปชร.จะไม่เคารพเสียงของประชาชน พรรคจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯภายใต้การจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่า ในการพูดคุย มีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ขอให้เข้าสู่กระบวนการก่อน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น

เมื่อถามว่า คิดว่า พรรค พปชร. เดินช้ากว่าพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาลไปก้าวหนึ่งหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็รู้ พรรคไม่ได้เดินช้ากว่าพรรคเพื่อไทยไปหนึ่งก้าว ไม่ช้าหรอก แล้วจะรู้ได้ไงผมอาจจะเร็วกว่าสองก้าว”

เมื่อถามย้ำว่า ถึงตอนนี้ยังมั่นใจว่า พรรค พปชร.มีความได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาล นายสนธิรัตน์ กล่าวด้วยความมั่นใจว่า “มั่นใจ ไม่ต้องห่วง”

เมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้ ส.ว. เคารพเสียงของประชาชนในการเลือกนายกฯ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เราเคารพ ส.ว และต้องไว้วางใจ เชื่อมั่นว่า ส.ว. เป็นสถาบันที่มีเกียรติ เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ว. เราไม่ก้าวล่วง แต่เราจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ

https://youtu.be/VrnOupwtBMM