จบ”เลือกตั้ง”..แต่ยังไม่ “เกมโอเวอร์”

25.03.19 | 21:06 น.

เสร็จสิ้นไปแล้วกับการเลือกตั้งอีกครั้งในประวัติศาสตร์ของไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญและกติกาใหม่ โดยเฉพาะการนับคะแนนตามระบบจัดสรรปันส่วนผสม


ผลคะแนนที่ออกมา หลายพรรคพลาดเป้า อย่าง “เพื่อไทย” ที่คาดว่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 200 เก้าอี้ แต่ได้มา 137 ที่นั่ง (ตัวเลขไม่เป็นทางการ) ซึ่งมาจากระบบแบ่งเขตทั้งหมด ไม่มีจากระบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ เพราะจำนวนส.ส.ที่ได้เกินกว่าคะแนนพึงมีที่จะได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ส่วน “พลังประชารัฐ” แม้จะต่ำกว่าที่หวัง แต่ก็ถือว่าไม่น้อย โดยได้ว่าที่ส.ส.เขต 97 ที่นั่ง แถมปาร์ตี้ลิสต์อีก 23 คน รวม 120 เก้าอี้ โดยมีคะแนนเสียงรวมมาเป็นอันดับ 1 กว่า 7.9 ล้านคะแนน มากกว่า “เพื่อไทย” ที่ได้คะแนนรวม กว่า 7.4 ล้านคะแนน

ที่พ่ายแพ้ยับเยินคือ “ประชาธิปัตย์” ได้แบบแบ่งเขต 33 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 23 เก้าอี้ รวม 56 ที่นั่ง ต่ำกว่า 100 เกือบครึ่ง ทำให้ “มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ต้องประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคทันที ตามสัญญาที่ให้ไว้
ที่มาแรงแซงโค้งคือ “อนาคตใหม่” ได้ว่าที่ส.ส.เขต 30 เก้าอี้ และปาร์ตี้ลิสต์ถึง 58 ที่นั่ง รวม 88 เก้าอี้ โดยมีคะแนนรวมถึงกว่า 5.8 ล้านคะแนน ทิ้งห่าง “ประชาธิปัตย์” ที่ได้แค่กว่า 3.7 ล้านคะแนน

Advertisement

อีกพรรคที่แต่งตัวรอร่วมรัฐบาล คือ “ภูมิใจไทย” ได้แบบแบ่งเขต 39 ที่นั่งและปาร์ตี้สิลต์ 14 เก้าอี้ รวม 53 ที่นั่ง
อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนที่ออกมายังไม่นิ่ง อาจมีปรับเปลี่ยนได้อีก เพราะมีการร้องเรียนหลายพื้นที่ ทั้งเรื่องการซื้อสิทธิ-ขายเสียง และร้องคัดค้านผลการนับคะแนนที่เชื่อว่ามีความผิดปกติ

จึงมีความเป็นไปได้ที่ “กกต.” อาจแจกใบ “เหลือง-ส้ม-แดง” ให้กับว่าที่ส.ส.เขต คนไหน-พรรคใด และอาจต้องจัดเลือกตั้งใหม่ในบางเขต

หากเกิดกรณีดังกล่าว คะแนนรวมของพรรค และคะแนนเฉลี่ยที่จะนำมาคำนวณ “คะแนนพึงมี” ที่จะนำไปคิดเป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็จะเปลี่ยนไปด้วย

ดังนั้นสูตรการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลอาจแปรเปลี่ยนได้

ยังไม่รวมถึงปรากฎการณ์ “งูเห่า” ที่อาจออกมาเลื้อยให้เห็นกันอีก

อย่างไรก็ตามไม่ว่าขั้ว “เพื่อไทย” หรือขั้ว “พลังประชารัฐ” จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทว่าแต่ละขั้วก็ยากที่จะมีเสียงมากมายแบบสบายหายห่วงถึง 320-350 เสียง อย่างมากก็ไม่น่าเกิน 300 เสียง ที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

นอกจากนี้แต่ละขั้วก็มีโจทย์ต้องเผชิญ
ขั้ว “เพื่อไทย” คงต้องเจอแรงเสียดทานพอสมควร แค่การโหวตเลือกนายกฯ หากรวมเสียงไม่ได้มากมายพอ คงยากที่ฝ่าด่านส.ว.250 คนไปได้

ขั้ว “พลังประชารัฐ” แม้จะได้ป๊อบปูลาร์โหวตมากสุด แต่จำนวนส.ส.เป็นรอง ถึงจะรวมส.ส.ได้พอจะชิงตั้งรัฐบาลได้ ก็หนีไม่พ้นข้อครหาว่ามีใช้วิธีใต้ดินดูดเสียงส.ส.เข้าขั้วตัวเอง เป็นรัฐบาลที่ไม่สง่างาม
เว้นแต่ว่าจะมีอภินิหารช่วย “พลังประชารัฐ” มีส.ส.เพิ่มแซง “เพื่อไทย”

ดังนั้น แม้เลือกตั้งชิงเก้าอี้ส.ส.จบไปแล้ว ต้องลุ้นต่อกับการจับขั้วตั้งรัฐบาล…ที่ยังไม่เกมโอเวอร์