หน้าแรก การเมือง นักสิทธิฯชี้ก...

นักสิทธิฯชี้กรณี “สุธี”ทำคนไทยสนใจ “กวางจู” เผยเกาหลีใต้จริงจังคืนความยุติธรรม-ตั้งศูนย์ข้อมูล กันบิดเบือนประวัติศาสตร์

20.05.16 | 13:36 น.
ครอบครัวของหนึ่งในผู้สูญหายจากเหตุการณ์กวางจู นั่งปิคนิคหน้าหลุมศพกับลูกชาย (ภาพจากเฟซบุ๊กของพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักสิทธิมนุษยชน)

กรณี อาจารย์ นักวิชาการ และศิลปิน รวม 118 ราย ในนาม “นักกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย” (กวป.) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ กรณีนำผลงานของ รศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ ร่วมจัดแสดงในนิทรรศการชุด ‘The Truth_ to Turn It Over’ ในเทศกาลประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และสันติภาพ เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 18 พฤษภาคม ค.ศ.1980 ระหว่างวันที่ 10 พ.ค.-15 ส.ค. นี้ โดยกลุ่ม กวป.ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวทางศิลปะของ รศ.สุธี กับจุดยืนทางการเมือง และจิตวิญญาณการต่อสู้ของชาวกวางจู โดยมีรายชื่อส่วนใหญ่เป็นศิลปิน นักวิชาการด้านวัฒนธรรม

ต่อมานาย ลิม จง ยอง ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ศิลปะกวางจู ให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ ว่าอาจมีการหารือเพื่อปลดงาน 1 ใน 4 ด้านรศ.สุธี ชี้แจงว่า ได้รับอีเมลล์ติดต่อจากทางพิพิธภัณฑ์ซึ่งตนได้ตอบกลับไปในช่วงเช้าของวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา และกล่าวว่าตนไม่เคยสนับสนุนรัฐประหาร เพียงแต่ต่อต้านรัฐบาลที่คอรัปชั่นเท่านั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักสิทธิมนุษยชน ได้เผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงกรณีดังกล่าว โดยเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งหันมาสนใจเรื่องราวการต่อสู้ของชาวกวางจู ซึ่งเกาหลีใต้อาจเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่จริงจังต่อกระบวนการยุติธรรม โดยมีการคืนความยุติธรรมให้ครอบครัวผู้สูญเสีย มีการตั้งมูลนิธิ และศูนย์ข้อมูลเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆอย่างเป็นระบบ อันจะช่วยป้องกันการถูกบิดเบือนประวัติศาสตร์ในภายหลัง นอกจากนี้ ยังเผยแพร่ภาพครอบครัวที่นั่งปิกนิกหน้าหลุมศพของลูกชายซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอีกด้วย

พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ
พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ

ข้อความมีดังนี้

ที่จริงมีเรื่องมีราวคราวนี้ก็ดีเหมือนกัน ดีตรงที่คนไทยจำนวนนึงหันมาสนใจเรื่อง Gwangju uprising กันเยอะเลย เกาหลีใต้อาจจะเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่จริงจังกับกระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice) แทนที่จะต้องไปอ้างอิงโมเดลของชิลี อาร์เจนตินา หรือแอฟริกาใต้
คือ 5 องค์ประกอบหลักของ TJ เกาหลีใต้ทำครบเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับกรณีกวางจูที่มีคนตายประมาณกันว่าเป็นหลักพันจากการสลายการชุมนุมของทหาร และเคยโดนป้ายสีในสมัยเผด็จการว่าเป็นพวกขบถคอมมิวนิสต์

Advertisement

1) การลงโทษผู้กระทำผิดตามกระบวนการยุติธรรม กรณีนี้ ชุน ดู ฮวานถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ถอดยศ ยึดทรัพย์ ถึงจะติดคุกจริงไม่กี่ปี แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นตาแก่ที่แทบจะไม่ออกจากบ้านไปไหน เพราะไม่เป็นที่ต้อนรับของสังคม

2) คณะกรรมการค้นหาความจริง ที่ไม่ได้ทำแบบปาหี่เหมือนของไทยหลังสลายการชุมนุมปี 2553 แต่มีการ institutionalised อย่างจริงจังต่อมาด้วยการก่อตั้งมูลนิธิ May 18 และศูนย์ข้อมูล (Gwangju Archive Centre) ที่เก็บรวบรวมไว้ทุกอย่าง รวมทั้งรองเท้าของผู้ชุมนุมที่กระจัดกระจายในวันนั้น

3) การจ่ายค่าชดเชย ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและสูญหายในวันที่ 18-27 พฤษภาคม 1980 ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นรายเดือนในฐานะวีรชนของชาติ

4) การปฏิรูปสถาบันต่างๆ ทำให้วัฒนธรรมประชาธิปไตยลงหลักปักฐานในเกาหลีใต้ ผลพวงจากการรวมตัวกันต่อต้านเผด็จการทหารทำให้ขบวนการแรงงาน ขบวนการชาวนา ขบวนการนักศึกษายังเข้มแข็งมาจนทุกวันนี้ ถึงรัฐบาลปัจจุบันที่นำโดยพัก กึน-เฮ ลูกสาวของอดีตเผด็จการ พัก ชุง-ฮี จะอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว แต่ก็เจอแรงต้านจากภาคประชาสังคมอยู่ตลอด

5) ความพยายามที่จะจดจำ การก่อตั้งมูลนิธิ May 18 การก่อตั้ง Gwangju Prize for Human Rights การจัดงานรำลึกระดับชาติทุกปีที่ระดับผู้นำประเทศต้องมาเข้าร่วม (ปีนี้เป็นนายกฯ จากพรรคอนุรักษ์นิยม ในขณะที่พรรคฝ่ายก้าวหน้าจะส่งประธานาธิบดีมาร่วมงาน ปีที่แล้วแอบมีดราม่าคือพรรคอนุรักษ์นิยมไม่ยอมให้ร้องเพลงต่อต้านเผด็จการในงานรำลึก แต่คนก็ร้องกันอยู่ดี เป็นเพลงที่สมยศ พฤกษาเกษมสุขเอามาแปลเนื้อเป็นภาษาไทย) การก่อตั้งสุสานแห่งชาติ การก่อตั้งศูนย์ข้อมูลฯลฯ คือการ ‘จดจำ’ เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนประวัติศาสตร์จนคนรุ่นใหม่หลงลืม (เกิดขึ้นในกรณีฟิลิปปินส์ที่คนรุ่นใหม่คิดไปเองว่าเฟอร์ดินานด์ มาร์กอสนำความสงบเรียบร้อยมาให้ประเทศ และมองข้ามการละเมิดสิทธิมนุษยชน จนพากันไปลงคะแนนให้บองบอง มาร์กอส ลูกชายของอดีตเผด็จการ รวมถึงความพยายามของพัก กึน-เฮที่จะแก้ไขหนังสือเรียนประวัติศาสตร์เกาหลีเพื่อแก้ต่างให้กับพ่อตัวเอง)

ในบริบทเมืองไทยที่ยังไม่เกิดระยะเปลี่ยนผ่าน และรัฐยังพยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน ความพยายามของภาคประชาสังคมในการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบมีความสำคัญมากๆๆๆ ไม่ว่าจะเป็นงานข้อมูลของศูนย์ข้อมูลประชาชนฯ ไอลอว์ งานข่าวของประชาไท หรือความพยายามของคนทั่วไปที่ ‘บอกเล่า’ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแง่ที่ต่างออกไปจากเรื่องเล่าของรัฐ หวังว่าซักวันข้อมูลพวกนี้จะได้เอาไปใช้เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับทุกคนที่โดนละเมิดจากรัฐไทยในรูปแบบต่างๆ

ในรูปเป็นครอบครัวของหนึ่งในผู้สูญหายจากเหตุการณ์กวางจู (โซน 10 ในสุสานแห่งชาติ) อาจจะเป็นพ่อกับแม่ (สังเกตจากชุดขาว) มานั่งปิคนิคหน้าหลุมศพกับลูกชาย แอบเห็นแกสาดโซจูให้ลูกชายที่แกไม่เคยได้เห็นแม้แต่ร่างหลังจากเหตุการณ์กวางจูแก้วนึง ที่เหลือแกกินกันเองสองคน เพื่อนเกาหลีแปลข้อความตามป้ายหลุมศพให้ฟัง ต่อให้ไม่ใช่คนเกาหลีก็ต้องมีน้ำตาซึมกันบ้างล่ะ

หมายเหตุ
เขียนไว้ในโอกาสที่ได้ไปร่วมงานรำลึกครบรอบ 36 ปีเหตุการณ์ 18 พฤษภาคมที่กวางจู และครบรอบหกปีการสังหารหมู่ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย 19 พฤษภาคม

ที่มา เฟซบุ๊ก Pimsiri Mook Petchnamrob