“บิ๊กตู่” ถก ประธานาธิบดีเมียนมา พร้อมร่วมมือ แรงงาน- เศรษฐกิจพิเศษทวาย

20.05.16 | 13:47 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-18 พฤษภาคม ว่า ในวันที่ 19 พฤษภาคม เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง นายติน จ่อ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน – รัสเซีย สมัยพิเศษ ที่เมืองโซชิ สหพันธรัฐรัสเซีย โดย พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีเมียนมา เนื่องในโอกาสได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และยินดีที่ไทยและเมียนมาจะได้ทำงานร่วมกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศในอนาคต และยินดีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีในสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะแรงงาน โครงการเศรษฐกิจพิเศษทวาย การเชื่อมโยง เพื่อประโยชน์ยิ่งขึ้นของประชาชนของทั้งสองประเทศต่อไป ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าภายใต้การนำของประธานาธิบดีและนางอองซาน ซูจี ที่บริหารงานเพื่อประชาชน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง จะทำให้เมียนมาแข็งแกร่งไปด้วยกัน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเมียนมาได้แสดงความขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้ดูแลแรงงานชาวเมียนมาในไทยเป็นอย่างดี และขอให้นายจ้างชาวไทยดูแลคนงานชาวเมียนมาด้วย โดยทั้งสองต่างเห็นว่า ไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและมีความสำคัญต่อกันและกัน ผลประโยชน์และความมั่นคงของทั้งสองประเทศผูกโยงกันอย่างแยกไม่ออก ทั้งสองประเทศต้องพึ่งพาอาศัยกันและต้องร่วมมือกันในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนที่เผชิญอยู่ร่วมกันสำหรับไทย นายกฯยืนยันความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในเมียนมาให้มีความคืบหน้าต่อไป รวมทั้งความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเมียนมาในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาตามแนวชายแดนในทุกมิติ

พล.ต.วีรชน กล่าวว่า สำหรับเรื่องกลไกหารือทวิภาคีนายกฯยืนยันความพร้อมของไทยที่จะผลักดันให้กลไกที่มีอยู่ อาทิ คณะกรรมการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee – JBC) รวมทั้งคณะกรรมการร่วมระดับสูงเพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง (Joint High-level Committee – JHC) ให้กลับมาดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat – JCR) ระหว่างไทย – เมียนมา เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือระดับสูงในการผลักดันความร่วมมือทวิภาคีให้มีความคืบหน้า โดยนายกฯ กล่าวว่า ไทยยินดีสนับสนุนความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตร ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับเมียนมาซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถร่วมมือกันได้ ทั้งนี้ประธานาธิบดีเมียนมาหวังเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวจากไทยเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของเมียนมา รวมถึงเชิญชวนนักลงทุนชาวไทยให้ไปลงทุนในเมียนมาเพิ่มขึ้น

Advertisement