รายงาน : วาทกรรม คำพูด คำมั่น สัญญา ประชาชน กับ การลงมือทำ

27.03.19 | 13:00 น.

ไม่ว่าจะมองผลการเลือกตั้งไปที่จำนวน ส.ส.อันเท่ากับพรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าจะมองผลการเลือกตั้งไปที่จำนวนคะแนนรวมอันเท่ากับพรรคพลังประชารัฐมาเป็นอันดับ 1

แต่ยอมรับเถิดว่า “หืด” ระบม

เพราะว่าในที่สุดแล้วแนวรบว่าจะ “เอา” หรือว่าจะ “ไม่เอา” คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังดำรงคงอยู่

เป็น “คำถาม” และเป็น “คำตอบ”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพรรคอื่นไม่ว่าจะเป็นพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย

Advertisement

หรือแม้กระทั่งพรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคชาติไทยพัฒนา

และพลันที่พรรคอนาคตใหม่ประกาศปฏิเสธการเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเป็นส่วนหนึ่งอยู่กับพรรคเพื่อไทย แนวต้าน คสช.ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งแข็งแกร่ง

นี่คือความต่อเนื่องของ “รัฐประหาร” นี่คือความต่อเนื่องของ “การเลือกตั้ง”

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าห้วงจากเดือนธันวาคม 2561 มายังเดือนมีนาคม 2562 พรรคการเมืองได้เสนอหลักการอย่างไรต่อประชาชน

หลักการอย่างที่เรียกว่า “นโยบาย”

ไม่ว่าจะเป็นนโยบายในทาง “การเมือง” ไม่ว่าจะเป็นนโยบายในทาง “เศรษฐกิจ” ไม่ว่าจะเป็นนโยบายในทาง “สังคม”

ก็มิใช่นโยบายหรอกหรือที่เสนอเป็น “ทางเลือก” ให้กับประชาชน

จำได้หรือไม่ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศอย่างไรในความเป็นประชาธิปไตยระหว่าง 250 ส.ว.กับ 500 ส.ส.

ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

จำได้หรือไม่ว่าความชัดเจนของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ตรงไหน

จำได้หรือไม่ว่าคำมั่นไม่ว่าจะมาจากพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ อยู่ที่ผลของการเลือกตั้ง

เพราะการเลือกตั้งชี้ “เจตจำนงร่วม” ของประชาชน

การเลือกตั้งในกาลอดีตพรรคการเมืองบางพรรคอาจจะพูดอย่าง แต่เมื่อไปร่วมอยู่ในรัฐบาลอาจกระทำอีกอย่าง นั่นอาจเป็นเรื่องที่ยากแก่การตรวจสอบ

เพราะพูดไปแล้วก็ปล่อยให้ผ่านเลย

แต่การเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562 ทุกอย่างได้รับการบันทึกเอาไว้ มีทั้งภาพ มีทั้งเสียง มีทั้งการเคลื่อนไหวครบครัน

ไม่ว่าจะดีเบตที่ “มติชน ข่าวสด” ไม่ว่าจะดีเบตที่ “อสมท”

แม้บางพรรคจะหลีกเลี่ยงเวทีดีเบต ประชันวิสัยทัศน์ แต่เชื่อได้เลยว่าทุกคำพูดบนเวทีปราศรัยล้วนเป็นหลักฐานอย่างเด่นชัด

เหตุนี้แหละ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงต้องลาออก

เหตุนี้แหละ นายอนุทิน ชาญวีรกูล น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ตลอดจนหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องระมัดระวังในคำพูด

เว้นก็แต่พรรคอนาคตใหม่ที่ชัดเจนอย่างเสมอต้น เสมอปลาย

ความเป็นจริงอันเป็นวิทยาศาสตร์อย่างยิ่งในทางการเมืองก็คือ เมื่อนักการเมืองพูดและให้คำมั่นสัญญาประชาชนก็พร้อมล้างหูน้อมรับฟังด้วยความเคารพ

และพลันที่มีการลงมือทำตามคำพูด เครดิตย่อมบังเกิด

ขณะเดียวกัน นักการเมืองคนใดพูดแล้วก็ไม่ลงมือกระทำไปตามคำพูด ประชาชนก็ย่อมจะจดจารลงไปในบัญชี

คำพูดกับการกระทำ คือสิ่งสำคัญในทางการเมือง