09.00 INDEX ผลสะเทือน จาก การเลือกตั้ง บั่นทอน สถานะ ของ”คสช.”

27.03.19 | 08:37 น.

ปฏิกิริยาในทางสังคมที่มีต่อบทบาทและการทำหน้าที่ของกกต.สะท้อนความต่อเนื่องไม่เพียงแต่จากรัฐประหาร หากที่สำคัญคือความต่อเนื่องของความขัดแย้งอันฝังลึก

หลายฝ่ายอาจยังตื่นตระหนกกับความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์กับชัยชนะที่พรรคอนาคตใหม่ได้มา

ขณะเดียวกัน คะแนนรวมและจำนวนส.ส.ที่พรรคเพื่อไทยกับ พรรคพลังประชารัฐได้มาซึ่งคู่คี่และไล่เลี่ยกันเป็นอย่างมากเป็นการยืนยันถึงการปะทะและประจันหน้า

อำนาจรัฐยังอยู่ในมือของคสช. แต่ก็มีการท้าทายอย่างชนิด ตรงตัวจากฝ่ายที่คัดค้าน ต่อต้าน และไม่ต้องการเห็นการสืบทอด อำนาจของคสช.อย่างเด่นชัด

การยื้อระหว่าง 2 ฝ่ายจึงดำเนินต่อไปผ่านการจัดตั้งรัฐบาล

Advertisement

เหมือนกับว่าการอ้างความชอบธรรมที่แตกต่างกันระหว่างพรรค เพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐจะเป็นการยืนยันอำนาจของคสช. ผ่านพรรคพลังประชารัฐที่ยังกุมความเหนือกว่า

แต่หากดูจาก 1 ปริมาณส.ส.ของพรรคเพื่อไทย และ 1 ปริมาณ ส.ส.และคะแนนรวมของพันธมิตรพรรคเพื่อไทย

ความแข็งแกร่งของคสช.ก็เริ่มถูกท้าทาย

เพราะการเข้าสู่สนามเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยและพันธมิตรกับพรรคอนาคตใหม่ เป็นการเล่นภายใต้กฎกติกาที่คสช.เป็นผู้กำหนด

แต่เมื่อนับจำนวน ส.ส. นับคะแนนรวมอย่างที่เรียกว่าป้อบปูลาร์โหวตปีกนี้ก็ครองความเหนือกว่า

จึงก่อสภาวะละล้าละลังในทางการเมืองให้กับฝ่าย”กั๊ก”

หากประเมินว่าฝ่ายพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ จัดตั้งรัฐบาลก็จะมีปัญหา กระนั้น ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล ก็มีปัญหาเหมือนกัน

พื้นฐานเช่นนี้จึงนำไปสู่สมมติฐานที่ไม่ยั่งยืนของรัฐบาล

ในความเป็นจริง ผลสะเทือนจากการเลือกตั้งเป็นไปในทางทอนอำนาจของคสช.ลงอย่างเป็นจังหวะก้าว สภาวะไม่เหมือนเดิมกำลังสำแดงบทบาทมากขึ้นเป็นลำดับ

แต่ละจุด แต่ละพื้นที่เริ่มถูกท้าทาย ลองของ

รูปธรรมสำคัญก็คือ สถานะของกกต.กำลังเข้าไปอยู่ในสถานะเดียวกันกับที่ป.ป.ช.ได้ประสบมาแล้ว

นี่ย่อมส่งแรงสะเทือนไปถึงสถานะของคสช.แน่นอน