“ผบ.ทสส.” เผยเหตุเรียกคืนรางวัลเก่าดีเด่น “ทักษิณ”ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง และไม่สามารถรักษาเกียรติแห่งรางวัลไว้ได้ ถือเป็นมาตรฐานของจรรยาบรรณตำรวจ-ทหาร ที่ต้องไม่จาบจ้วงและจงรักภักดี
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ที่ 11 ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ทม.ร.11 รอ.) ภายหลังการประชุมคณะผู้บัญชาการทางทหาร ซึ่งมี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม , พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมประชุม
โดย พล.อ.พรพิพัฒน์ แถลงข่าวภายหลังการประชุมถึงกรณีคณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเตรียมทหาร มีมติถอดชื่อนายทักษิณ ชินวิตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากการเป็นศิษย์เก่าดีเด่นและเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาว ที่ได้รับเมื่อปี 2534 ว่าถือเป็นมติที่ประชุมคณะกรรมการศิษย์เก่า ร.ร.เตรียมทหาร มีผู้แทนจากรุ่นต่างๆ เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ถือเป็นเรื่องภายใน ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลเกียรติยศ ผู้รับก็ต้องรักษาเกียรตินั้นไว้ ถ้ามีข้อมูลในทางใดที่ผู้รับไม่สามารถรักษาเกียรติไว้ได้ ก็ต้องเรียกคืน
เมื่อถามถึงสาเหตุในการเรียกคืนรางวัล พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า สื่อมวลชนและคนไทยอาจทราบข้อมูลตรงนั้นอยู่จากเว็ปไซด์และโลกโซเชียลฯในหลายแห่ง แต่สิ่งที่รบกวนจรรยาบรรณและหลักนิยมของทหาร คือการใดก็ตามที่เป็นการจาบจ้วงไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ตรงนั้นก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจ
เมื่อถามว่า มีส่วนเหตุใดจะต้องมาถอดชื่อในช่วงนี้ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ก็มีช้ามีเร็วได้ ก็เป็นเรื่องปกติ อยู่ที่ว่าช่วงใดที่เราจะดำเนินการ ก็ต้องดำเนินการให้จบกระบวนการขั้นตอนไป
เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ฮ่องกงหรือไม่ ว่า พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า “ไม่ครับ ก็เป็นเรื่องทั่วๆ ไป เมื่อข้อมูลมาถึงจุดๆ หนึ่ง ที่ต้องดำเนินการอย่างไร เราก็เลือกระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่อยากให้ส่งผลกระทบไปเรื่องในการเมือง”
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีของนายทักษิณ เป็นครั้งแรกหรือไม่ ว่าพล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ผู้ได้รับรางวัล เขาก็รักษาเกียรติแห่งรางวัลนั้นไว้ได้ทุกคน
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรในฐานะเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเตรียมทหารและมีรุ่นพี่และมีมติดังกล่าวออกมา พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ศิษย์เก่าเตรียมทหารก็เป็นทหารและตำรวจ ซึ่งเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน ที่มีมาตรฐานทางจริยธรรม โดยเฉพาะมาตรฐานในความจงรักภักดี ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่เรายึดถือ จะรู้และระมัดระวัง ไม่ล่วงเกินทางใดทางหนึ่ง ผู้ใดล่วงละเมิดล่วงเกิน อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่า ไม่รู้ว่าอะไรสูงอะไรต่ำ มาตรการทางใดทางหนึ่ง อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่คนไทยทุกคนพึงปฏิบัติ

เกาะติดการเมือง กับ Line@มติชนการเมือง


