เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 28 มีนาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท.แถลงข่าวภายหลังทราบการประกาศผลเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ยังไม่มีอะไรชัดเจนสำหรับ พท.ยังมีคำถามอีกมาก ทั้งตัวเลขผู้มีสิทธิ และผู้มาใช้สิทธิที่ไม่ตรงกัน โดยตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงเป็นตัวเลขจำนวนมาก เมื่อเห็นตัวเลข กกต.แล้วปวดหัว ไม่น่าเชื่อถือ กกต.ต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต.เอง เรายืนยันข้อเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย วันนี้เรื่องอื่นๆ ถือเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักสำคัญ กกต.ต้องทำตัวเลขออกมาให้ชัด ไม่ใช่เปลี่ยนไปตามอำเภอใจในแต่ละวัน เพราะมีผลไปถึงผลการเปลี่ยนตัวเลข ส.ส.ของแต่ละพรรค
“การที่องค์กรระดับชาติเปลี่ยนตัวเลขเช่นนี้ ถือเป็นความเลอะเทอะ และการที่ปล่อยให้การเลือกตั้งผ่านไป 4 วันแล้ว ยังสับสนอยู่เช่นนี้ จะให้เชื่อมั่นใน กกต.ได้อย่างไร เมื่อ กกต.เป็นผู้จักการเลือกตั้งทั้งระบบ แล้วยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นได้ นานาประเทศจะเชื่อมั่นได้อย่างไร แล้วจะพูดอะไรไปถึงการตั้งรัฐบาล เพราะจะกลายเป็นว่าเป็นรัฐบาลที่ล้มเหลว ไม่มีความน่าเชื่อถือ เป็นรัฐบาลที่ล้มละลายไปแล้วกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.ต้องตอบคำถามทุกอย่างให้ชัด”
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จากข้อผิดพลาดต่างๆ การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า กกต.ต้องตอบคำถามทั้งหมดให้ได้ก่อน ถ้าตอบไม่ได้ คำถามนี้ถึงจะตามไปที่ กกต.วันนี้หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ กกต.รับผิดชอบ แต่ตนคิดว่าจุดเริ่มต้นต้องอยู่ที่ กกต.วันนี้มีอย่างเดียว ต้องทำหน้าที่ให้กระจ่างชัด ให้สังคมยอมรับว่ากระบวนการทุกอย่างเป็นกระบวนการเพื่อความโปร่งใส เสรี และเป็นธรรม ไม่ใช่กระบวนการที่หวังเสริมสร้างให้การสืบทอดอำนาจเกิดขึ้นได้ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
ด้านนายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรค พท.กล่าวว่า ตัวเลขที่ประธาน กกต.แถลงเมื่อวันที่ 24 มีนาคม กับวันที่ 28 มีนาคม โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพิ่มมาประมาน 3 หมื่นกว่าคน ถือเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะตัวเลขดังกล่าวควรชัดเจนก่อนวันเลือกตั้ง ขณะที่ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิก็เพิ่มขึ้น 4.4 ล้านเสียง ถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก จึงอยากให้ กกต.ชี้แจงว่าจำนวนที่เพิ่มขึ้นมาจากอะไร
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมาย พท.กล่าวว่า การนำบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจากเขตหนึ่งไปนำอีกเขตหนึ่ง แล้วกรรมการประจำหน่วยขานเป็นบัตรเสีย แสดงว่ามาจากเขตอื่น และที่นำมานับเป็นบัตรใครก็ไม่รู้ แล้วเขตอื่นๆ จะมีกรณีเช่นนี้ในเขตเลือกตั้งอื่นๆ อีกหรือไม่ ก็ไม่ทราบ พอจะพูดได้หรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม และจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่

