หน้าแรก การเมือง เปิดฟลอร์ปุจฉ...

เปิดฟลอร์ปุจฉา-วิสัชนา ร่างรธน.-ประชามติ พรรคการเมืองซัก-‘วิษณุ-กกต.’ตอบ

20.05.16 | 18:10 น.
(จากซ้าย) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, วิษณุ เครืองาม, ศุภชัย สมเจริญ

หมายเหตุ – กระบวนการซักถามของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง ในเวทีการประชุมชี้แจงเรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ และประชาชน” โดยมีตัวแทนของรัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นผู้ตอบคำถาม ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน จะเกิดความขัดแย้งในวันข้างหน้า สุดท้ายแล้วเท่ากับว่าสิ่งที่ได้ทำมาช่วง 2 ปีก็สูญเปล่า และผมเป็นคนหนึ่งที่เรียกร้องให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

การทำประชามตินั้นเป็นกระบวนการทางการเมืองที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเสรี เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ แต่แปลกใจว่า คำบางคำกลายเป็นสิ่งต้องห้าม เช่นคำว่า “ชี้นำ” จึงอยากถามว่ามีกระบวนการเรียนรู้การทำประชามติที่ไหนที่ไม่มีการชี้นำ ไม่มีหรอก ถ้ามองว่าการชี้นำเป็นเรื่องเลวร้าย ถือว่าเป็นการดูถูกประชาชน

สิ่งสำคัญคือ การแสดงความเห็นจะต้องทำได้อย่างเสรี มีตัวอย่างใน 2 ประเทศ ทั้งในประเทศนิวซีแลนด์และประเทศสหราชอาณาจักร ที่มีการทำประชามติ

Advertisement

ก็เปิดโอกาสให้ผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยสามารถรวมตัวเคลื่อนไหวได้อย่างเสรี การแสดงความคิดเห็นหรือเคลื่อนไหวไม่ได้หมายความว่า ซื้อเสียงหรือพูดเท็จได้ เพราะนี่เป็นกติกาสากล แต่ขณะนี้เหตุใดจึงมีการทำความเข้าใจที่ไม่ตรงกับกฎหมาย เช่น การชี้นำก็ผิด หรือรณรงค์ก็ผิด แม้มาตรา 61 ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ได้ห้ามว่าอย่านำความเท็จมาพูด และถ้าพูดความจริงต้องไม่รุนแรง ก้าวร้าว

ดังนั้น จึงต้องการคำตอบจาก กกต.ให้กับประชาชนว่า ท่านตีความคำว่าก้าวร้าว หยาบคาย รุนแรง ปลุกระดม และข่มขู่อย่างไร ซึ่งขอให้มีการยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น บุคคลที่สวมเสื้อ หรือขายเสื้อ รับ ไม่รับ ทำได้หรือไม่

การทำประชามติจะมีความหมายก็ต่อเมื่อประชาชนมีทางเลือก แต่วันนี้เรายังไม่ทราบว่า ถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะเป็นอย่างไร

(จากซ้าย) ปลอดประสพ สุรัสวดี, สมชัย ศรีสุทธิยากร
(จากซ้าย) ปลอดประสพ สุรัสวดี, สมชัย ศรีสุทธิยากร

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี : ตามโรดแมประบุว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็ไปแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 57 ซึ่งความจริงแล้วตามโรดแมปไม่ได้ห้ามให้ท่านแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวตั้งแต่วันนี้ ขอให้ประชาชนเจ้าของประเทศที่เขาต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ ได้รู้ทางเลือกที่แท้จริง การทำประชามติครั้งนี้จะได้ไม่เสียหาย สุดท้ายถ้าประธาน กกต.ต้องการให้พรรคการเมืองชี้แจงเพื่อขยายผล คงต้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งฉบับที่ 57 เพื่อให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ ยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้พรรคการเมืองไหนปลุกระดม สร้างความวุ่นวายกระทบต่อความมั่นคง แต่ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนและพรรคการเมืองควรเคลื่อนไหวทางการเมืองได้อย่างสุจริต

สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. : ตามมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ได้ระบุ 7 ฐานความผิด ซึ่งจะมีปัญหาอยู่ที่มาตรา 61 วรรค 2 เพราะเรื่องใหม่คือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องเพิ่มเข้าไปเพื่อให้เข้ากับสมัยปัจจุบัน ดังนั้น กกต.ก็พยายามให้มีความชัดเจน จึงมีประกาศของ กกต. คือ 6 ข้อทำได้ และ 8 ข้อทำไม่ได้ ส่วนคำถามว่าอะไรคือ ก้าวร้าว เป็นเท็จ หยาบคายนั้น คำว่าเป็นเท็จคือ เอาสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญออกมาพูดโดยไม่เป็นจริง ส่วนการคาดการณ์อนาคตไม่มีใครบอกว่า เป็นการพูดเท็จ เช่นการพูดว่าใช้ร่างรัฐธรรมนูญนี้แล้วจะเป็นปัญหา หรือใช้ร่างรัฐธรรมนูญแล้วดีหรือไม่ดี เพราะเป็นการคาดการณ์อนาคตสามารถพูดได้ แต่หากนำเสนอเรื่องที่เป็นเท็จถือว่าผิด

ส่วนมาตรฐานของคำว่าหยาบคาย เราใช้มาตรฐานของชนชั้นกลาง เช่นคำว่า “กู มึง” ไม่ถือว่าหยาบคาย อย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ออกจากห้องนี้ไปก็คงพูด กู มึง เป็นปกติ หรือคนใต้ก็พูดเหมือนกัน จึงไม่ถือว่าผิด ส่วนเรื่องการขายเสื้อ ใส่เสื้อ ถ้าไม่ได้เป็นการรณรงค์ก็ไม่ถือว่าผิด อย่างวันนี้นายจตุพรใส่เสื้อที่มีคำว่า “ประชามติ ไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า” ก็ไม่ถือว่าผิด รวมทั้งการขายแถวโบ๊เบ๊ก็ไม่ถือว่าผิด เป็นเรื่องปกติ แต่หากขายเสื้อ แจกจ่ายในแบบที่เป็นการรณรงค์ และแจกของที่มีมูลค่า ถือว่าเป็นความผิดคล้ายกับการซื้อเสียง ซึ่งเราจะเฝ้าดูว่าการขายเสื้อที่นำไปสู่การปลุกระดมให้รับ หรือไม่รับหรือไม่ หากดูแล้วพบหลักฐานชัดเจนก็จะมีความผิดทันที โดยจะเข้าสู่กระบวนการทางอาญา แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของ กกต. เพราะคนในประเทศทุกคนสามารถฟ้องร้องได้

ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.

ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่าการทำได้หรือไม่ได้ เราดูที่เจตนาว่าเป็นการปลุกระดม ข่มขู่หรือไม่ ซึ่งมีอยู่ในมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่ให้บุคคลมีสิทธิเสรีภาพเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติได้อย่างสุจริต หากบุคคลกระทำไม่ขัดต่อกฎหมาย จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็สามารถแสดงความเห็นได้อย่างเต็มที่ และคนที่สามารถชี้ว่าการกระทำนั้นผิดหรือไม่ผิด คือศาลยุติธรรม

ปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยเห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญและเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เกี่ยวข้องกับประเทศชาติ สิ่งที่อดีตนายกฯ (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ถามไปนั้น ผมเห็นด้วยและจะไม่ถามซ้ำ แต่เห็นว่า กกต.ควรจะตอบคำถามให้ชัด อย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบพระคุณที่จัดการประชุมในวันนี้ แม้ว่าจะสายไปอย่างมากก็ตาม แต่ก็ดีกว่าไม่ประชุมเลย ก่อนจะมาผมอ่านหนังสือเชิญก็รู้สึกตกใจ เพราะอ่านดูแล้วเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ และประชาชน ทำให้ตัวเองต้องเตรียมตัวเรื่องรัฐธรรมนูญทั้งๆ ที่พ้นเวลาแล้ว และท่านก็ร่างมาจนจะทำประชามติแล้ว และไม่ว่าท่านจะอธิบายว่าอย่างไร ผมก็ไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร แต่วันนี้ท่านก็กรุณามาชี้แจง แต่ท่านควรพูดแบบนี้มานานแล้ว

ผมอยากถามว่า เหตุใด กรธ.จึงเขียนร่างรัฐธรรมนูญแปลกๆ ท่านไม่รู้หรือว่ารัฐธรรมนูญที่เขียนแบบนี้มันจะสร้างความเสียหาย และผมอยากขอยกตัวอย่างว่า บังเอิญผมถูกเชิญให้ไปลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ผมก็ไป ก็มีการเอาป้ายไปด้วย บนป้ายเขียนว่า “โน คอร์รัปชั่น” คำว่า “โน” ตัวใหญ่ แต่ “คอร์รัปชั่น” ตัวเล็ก ก็ไม่เห็นมีอะไร และคำว่า “โน คอร์รัปชั่น” ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเมือง หรือประชามติสักนิด แต่วันนี้ผมได้รับแจ้งจากจังหวัดว่า กกต.จังหวัดจะให้ผมไปชี้แจง ก็เรียนว่าผมไม่ไป เพราะมันไม่เกี่ยว ผมไม่คิดว่าท่านจะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปครอบคลุมเรื่องนี้ทั้งหมด เท่าที่ท่านอธิบายมาคงจะต้องเปลี่ยนชื่อคณะกรรมการของท่านแล้ว หรือไม่ก็ต้องขออำนาจ คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ)

ผมก็ขอถามว่า ในมาตรา 61 นี่คือพิษภัยของเจ้าหน้าที่ของท่านในระดับจังหวัด ที่ตีความคำว่า “โน คอร์รัปชั่น” เป็นเรื่องการเมือง ทั้งที่ไม่ใช่ คำว่า “โน” ไม่มีพิษมีภัยอะไรเลยในเรื่องประชามติ ยกเว้นคำว่า “โน โหวต” ขอความกรุณาเถอะ ให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้

ในมาตรา 61 มีความไม่ชัดเจน ท่านจะต้องสร้างความชัดเจนอย่างละเอียด กว้างขวาง และเป็นธรรม โดยคำนึงถึงขนบ ธรรมเนียม ประเพณีที่เราปฏิบัติกันมาเพื่อความปรองดอง

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี : ทางที่ดี ง่ายนิดเดียว ท่านก็ไม่ต้องใช้คำว่า “โน” แต่เปลี่ยนเป็นคำว่า “ปลอด” นี่แหละ

สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. : เรื่องที่ จ.พิษณุโลกผมจะไปบอกให้ ทั้งนี้ กกต.ได้รับเรื่องร้องเรียนเต็มไปหมด ทุกเรื่องเราก็พยายามดูว่าหลักการที่ถูกต้องคืออะไร อย่างไร เบื้องต้นในเรื่องของการแสวงหาข้อเท็จจริง เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ของเราต้องเข้าไปดำเนินการ ก็เห็นแล้วว่าอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่อาจจะขยัน ซึ่งก็ไม่เป็นไร หากท่านไม่สะดวกไปชี้แจง ก็ไม่ได้เป็นข้อขัดข้องประการใด แต่ต้องเรียนว่าทุกเรื่องที่มีการร้องเรียนมาเราก็พยายามสืบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม มาตรา 61 เขียนได้เท่านั้น เพราะเป็นภาษากฎหมาย เขียนขยายโดยใช้ประกาศของ กกต.ที่บอกว่า สิ่งที่ดำเนินการได้และทำไม่ได้คือ การเขียนขยายแล้ว แต่เขียนอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้ครบรูปธรรมได้หมด ถ้า กกต.เขียนละเอียดขนาดนั้น ทั่วโลกคงสรรเสริญว่าเรามีข้อกฎหมายที่ละเอียดยิบย่อยที่สุด เราจึงเขียนได้ระดับหนึ่ง แต่สามารถตอบทุกๆ เรื่องได้ว่าที่ท่านคิดนั้นผิด หรือไม่ผิดอย่างไร